อูยองอยากรู้เรื่องส่วนตัวของแฟนๆ ชวนแฟนๆ คุยเรื่องสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เปลี่ยนและไม่เปลี่ยนไป แล้วแนะนำเพลงและร้องเพลงให้ฟังสดๆ 3 เพลง – Happy Birthday, โกโย (ความเงียบ), ต๊กกัตจิ มอ
ด้วยความชอบเพลงโกโยที่อูยองร้องเป็นพิเศษ เลยตัดแยกมาอีกคลิป 🥰
อูยองอยากรู้เรื่องส่วนตัวของแฟนๆ ชวนแฟนๆ คุยเรื่องสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เปลี่ยนและไม่เปลี่ยนไป แล้วแนะนำเพลงและร้องเพลงให้ฟังสดๆ 3 เพลง – Happy Birthday, โกโย (ความเงียบ), ต๊กกัตจิ มอ
ด้วยความชอบเพลงโกโยที่อูยองร้องเป็นพิเศษ เลยตัดแยกมาอีกคลิป 🥰
ขอบคุณคลิปจากคุณ 프린세스 (ทวิตเตอร์ @_princess_S2) และคุณ an (@sunogiwasso)
แปล KR-TH โดย wyshoney (เฉพาะเนื้อหาหลักเกี่ยวกับอูยอง)
ก่อนอูยองเริ่มไลฟ์ หัวหน้าไลฟ์อยู่แล้วอูยองเข้าไปคุยด้วย
(หัวหน้า = หัวหน้าหมวดของอูยอง ยศสูงกว่าอูยองแต่อายุน้อยกว่า)
คลิปแรก https://twitter.com/sunogiwasso/status/1142126714215993344
อูยอง – วันทยาหัตถ์
มีคนดูอยู่ 11 คนนะครับ
ผมน่าจะไม่ได้ไลฟ์อินสตาแกรมมาเกือบปีแล้วครับ
หัวหน้า – งั้นน่าจะต้องไปไลฟ์ของคุณอูยองนะครับ
อูยอง – ก่อนอื่นทักทายทางนี้หน่อย ไม่ได้ไลฟ์นานมากแล้วจริงๆ
อูยอง – พวกเรามาค้างแรมนอกค่ายกัน วันนี้สนุกทั้งวัน กินของอร่อยๆ ด้วย
คอมเม้นท์ – นั่นที่ไหนคะ
อูยอง – Pension (บ้านพักตากอากาศ)ที่ยางกูครับ
คลิปที่สอง https://twitter.com/sunogiwasso/status/1142151449284976640
อูยองอธิบายให้หัวหน้าฟังว่าไอจีถูกแฮ็ค และก่อนจะไลฟ์ต้องทวีตว่าแยดึลราก่อน แฟนๆ จะได้รู้
คลิปสุดท้าย https://twitter.com/sunogiwasso/status/1142153004537094145
(แฟนถามเรื่องถูกแฮ็ค)
อูยอง – ไม่ต้องตกใจกันมากนะครับ เพราะผมสบายดี สบายดีอยู่เพราะท่านหัวหน้าหมวดของเรา
หัวหน้า – เพราะผมเหรอครับ ไม่เคยนึกเลยแฮะ
(หัวหน้าหยิบที่ครอบแก้วออกมา)
หัวหน้า – อันนี้
อูยอง – ขอบคุณค้าบ *ตบมือ* แฟนๆ ฉลองวันเกิดผมที่ยางกูด้วย ทำที่ครอบแก้วที่คาเฟ่
หัวหน้า – พวกเราไปที่คาเฟ่โดยบังเอิญ เจ้าของร้านคือพี่สะใภ้ที่ไม่ได้เจอมา 15 ปี
อูยอง – ชื่อคาเฟ่ทัลคมฮันสึพูน (달콤한스푼 = ช้อนหวาน) ใช้ที่ครอบแก้วนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ
หัวหน้า – ย้ายไปดูทางอินสตาแกรมของคุณอูยองกันได้เลยครับ ส่วนผมจะเปิดเพลง
อูยอง – (พูดญี่ปุ่น) สวัสดีตอนเย็นครับ
อูยอง – ว่าแต่ผมไม่ได้ไลฟ์นานแล้วนะเนี่ย แฟนๆ อาจจะตกใจก็ได้
อูยอง – นานแล้วนะครับ ใช่มั้ยครับ
หัวหน้า – งั้นจะเปิดเพลงซะหน่อยนะครับ… ว้าว (คนดู?) เจ็ดร้อย แปดร้อย
อูยอง – It’s been a long time. I’m sorry guys. How are you doing? How have you been? (นานมากแล้ว ขอโทษนะครับทุกคน เป็นยังไงกันบ้างครับ)
อูยอง – มีคนรู้จัก น้องๆ ของผม กับโปรดิวเซอร์จุนด้วย
หัวหน้า – อ่อพี่โปรดิวเซอร์จุน
อูยอง – แข็งแรงกันดีอยู่
หัวหน้า – รักษาสุขภาพและระวังเป็นหวัดกันนะ
อูยอง – แล้วก็พวกฮยองที่แสดงกับพวกเรา (กำลังดูอยู่)ตอนนี้
หัวหน้า – จน(ดึก)ป่านนี้ก็ยัง
อูยอง – ใช่ครับ
หัวหน้า – ยังขยันกันเพื่อดนตรี
อูยอง – ใช่ครับ
หัวหน้า – เอาละ เริ่มต้นด้วยเพลงแห่งชีวิตของคุณจางอูยอง
อูยอง – *เอียงหน้าไปถูไหล่หัวหน้าแบบเขินๆ*
หัวหน้า – Think About ‘Chu
แฟน – How are you? (สบายดีมั้ย)
อูยอง – ครับ ขอบคุณครับ I’m fine (ผมสบายดี) สบายดีมากๆ ครับ
แฟน – ลาหยุดออกมาเหรอคะ
อูยอง – ไม่ใช่ลาหยุดครับ ออกมาค้างนอกค่าย
เดือนมิถุนาที่ผ่านมาทำนั่นทำนี่นิดหน่อย
หัวหน้า – ค่อนข้างยุ่ง
อูยอง – พอเสร็จธุระแล้วก็มาใช้เวลากับคุณสิบเอกคยจ (ขอแทนว่า พี่แว่น) ที่กำลังจะปลดประจำการเดือนกรกฎากับคุณอยจ (หัวหน้า) ครับ
หัวหน้า – เพราะอูยองทำให้ได้สนุกมากเลยครับ
อูยอง – ไม่หรอกครับ วันนี้ขับรถให้พวกเราทั้งวัน
หัวหน้า – หัวใจขึ้นมาตลอดเลย
แฟน – คิดถึงจังค่ะ จางอูยองอปป้าของพวกเรา
อูยอง – ขอบคุณค้าบ ทุกคนสบายดีมั้ยครับ…
หัวหน้า – (อ่านคำถาม) กินข้าวหรือยังครับ
อูยอง – กินข้าวแล้วครับ
แฟน – How are you guys?
อูยอง – อยู่สบายดีมากๆ แล้วก็ I’m just trying to do my best for you guys. (ผมแค่พยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อพวกคุณ)
แฟน – ไม่มีใครทำให้ไม่สบายใจใช่มั้ย
อูยอง – อันที่จริงอยู่สบายเกินไปมากๆ
หัวหน้า – มันไม่เหมือนกองทัพสมัยก่อน
อูยอง – เมื่อเร็วๆ นี้ในเทศกาลคมชวีก็(ได้ใช้เวลา)ดีๆ กับสิบโทคิมมินจุน เมมเบอร์ของเราที่อยู่กองพล 2
หัวหน้า – จุนเคฮยองนิม เคจุนฮยองนิม? ล้อเล่นนะ
หัวหน้า – เค้าถามว่าไม่เป็นหวัดเหรอ ค่อยๆ มีคอมเม้นท์มา
อูยอง – (ไม่ตอบเรื่องหวัด) ผมต้องตัดผมให้เรียบร้อยกว่านี้ แต่เพราะรีบออกมา…
พี่แว่น – All black (ชุดดำล้วน)
อูยอง – All black
หัวหน้า – (เสื้อของอูยองกับหัวหน้าสีเหมือนกัน)ไม่ใช่ว่าเป็นชิ้นเดียวกันหมดเหรอเนี่ย
แฟน – อยากเห็นขึ้นเวทีค่ะ
หัวหน้า – เดือนสิงหาอาจจะ…
อูยอง – เดือนสิงหา…
หัวหน้า – แต่ก็ยังไม่รู้
อูยอง – หัวหน้าของพวกเราเป็นคนหล่อจริงๆ
หัวหน้า – ไม่หรอกครับ
อูยอง – แล้วก็ต้องขอบคุณที่ทำให้ชีวิตทหารผมสนุกสนานเพลิดเพลินมาก ขอบคุณครับ
อูยอง – แฟนๆ ญี่ปุ่นของพวกเราก็เยอะ… สวัสดีตอนเย็นครับ ขอบคุณครับ
(หัวหน้ากับพี่แว่นเล่นมุกภาษาญี่ปุ่น)
อูยอง – เป็นคนสนุกสนานมากครับ ก็เลยทำให้ออกมาขำๆ
แฟน – ยางกูบอยจะร่วมงานเทศกาลฤดูร้อน (ปีนี้จัดเดือนสิงหา) ด้วยมั้ยคะ
อูยอง – ยังไม่รู้นะครับว่าจะยังไง
หัวหน้า – โดยส่วนตัวผมว่าน่าจะต้องขึ้นมั้งครับ มีโอกาสจะขึ้นเยอะครับ
อูยอง – นั่นสิครับ ประชาชน-ทหารร่วมใจ
อูยอง – เรื่องดนตรี พวกเรา ผมกับหัวหน้าชอบโทนคล้ายๆ กัน
หัวหน้า – ดนตรีที่ชอบคล้ายๆ กัน
อูยอง – เป็นจุดร่วม
อูยอง – ซา รัง แฮ… จากดูไบ จากฟิลิปปินส์
อูยอง – ว่าแต่ผมเองก็ พอใช้ชีวิตทหารมาซักพัก เคยคิดเยอะนะว่าจะออกอากาศสด ไลฟ์อะไรพวกนี้ยังไงดี
หัวหน้า – แต่อันนี้จะไม่มีปัญหาเหรอครับ เพราะว่าเป็นการคุยส่วนตัว
อูยอง – วันนี้ มีเวลาที่ดีมากๆ เป็นพิเศษ ผมเลยรวบรวมความกล้ามา
หัวหน้า – เจอแฟนๆ ที่ไม่ได้เจอมานาน
อูยอง – ใช่ครับ ขอบคุณมากจริงๆ ครับ ขอบคุณครับ Thank you guys. Thank you for watching… me. Thank you. (ขอบคุณนะพวกคุณ ขอบคุณที่ดูผม ขอบคุณ)
หัวหน้า – แฟนๆ ยังพูดถึง Sexy Lady กันอยู่เลย
อูยอง – *ขำพรืด* ตุ๊กๆ
หัวหน้า – อ๋อตุ๊ก *จะเปิดเพลง*
อูยอง – ไม่เอาครับ *คว้ามือเค้ามาจับ*
หัวหน้า – โอเคๆ
อูยอง – จากสิงคโปร์ Hi Singapore~
หัวหน้า – อันนี้เหมือนเม็กซิโกเลย ญี่ปุ่น เม็กซิโก
พี่แว่น – คอมเม้นท์จากแฟนๆ เท่จัง
อูยอง – ดึกดื่นแบบนี้… ที่ต่างประเทศคงเป็นตอนสายหรือตอนบ่าย แต่ที่จริงเกาหลีดึกมากแล้วนะครับ
อูยอง – Indonesia. Say hello~ Singapore. Thank you.
หัวหน้า – สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เม็กซิโก บราซิล
อูยอง – ดูไบ
หัวหน้า – ดาวอังคาร ดาวพฤหัส
อูยอง – ดวงอาทิตย์
หัวหน้า – ถึงดวงอาทิตย์เลย
อูยอง – ครับ ทั้งกาแล็กซี่… ขอบคุณครับ
หัวหน้า – แฟนญี่ปุ่นเยอะนี่เอง
อูยอง – ที่จริงแฟนญี่ปุ่นก็มายางกูกันเยอะด้วยครับ
อูยอง – ฮ่องกง Thank you. Canada
หัวหน้า – ถ้าจะให้ง่ายก็ถาม “ใครมาไกลที่สุดครับ”
อูยอง – อ้ะ ไหน “ฉันอยู่ไกลที่สุด” *ยกมือ*
อูยอง – เราจะมาคุยเรื่องฉันอยู่ไกลกันซักพักนะครับ Where are you from guys? (พวกคุณมาจากไหนกันบ้าง) Let me know about the … You’re from… Hometown. (บอกผมหน่อยเรื่องบ้านเกิดคุณ)
หัวหน้า – ซาอุดิอาระเบีย
แฟน – ฉันเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาจากจีน วันนี้ดูไลฟ์อปป้าอยู่ค่ะ
อูยอง – ขอบคุณครับ เซี่ยเซี่ย
หัวหน้า – ตุรกี
อูยอง – ตุรกี พูดถึงตุรกี ที่รองแก้วกาแฟวันนี้(เป็นสไตล์ตุรกี)สวยมาก ร้านชื่อ ทัลคมฮันสึพูน (달콤한스푼)
อูยอง – คาซัคสถาน
หัวหน้า – ระดับคาซัคสถานนี่ค่อนข้างใกล้ อินโดนีเซียก็ใกล้
อูยอง – ขอบคุณครับ
อูยอง – *เสียงตื่นเต้น* จากไทยด้วย ไทยแลนด์ “สวัสดีค้าบ สวัสดีคับ” ขอบคุณครับ
แฟน – I’m from Korea
อูยอง – อ่อ โคเรีย ถ้าเกาหลีนี่จากแถวอิแทวอน
(เพลง Hands Up ดัง)
อูยอง – ขอโทษนะฮะ
หัวหน้า – ข้ามละครับ ขอโทษนะครับ
อูยอง – ใช้ชีวิตเป็นทหารอย่างขยันขันแข็ง เลยได้ทักทายผ่านพวก SNS ช้าไปหน่อย
หัวหน้า – พูดจริงๆ เท่าที่ผมเห็น จะว่าลำเอียงเข้าข้างก็ใช่ แต่ต่อให้วิจารณ์แบบตรงๆ ก็ยังว่าทำได้ดีมาก
พี่แว่น – *อ่านคอมเม้นท์* คิดถึงอปป้า
อูยอง – มองโกเลียเหรอ
หัวหน้า – มองโกเลีย
พี่แว่น – ว้าว
หัวหน้า – (อูยอง)เรียนภาษาญี่ปุ่นในเวลาว่างด้วย
อูยอง – ใช่ครับ ในกองทัพก็มีคนเรียนภาษาญี่ปุ่นเยอะครับ
หัวหน้า – ในความคิดผมนะ เท่าที่ผมเห็น น่าจะได้รับอิทธิพลจากคุณจางอูยองกันมาบ้าง เพราะว่า(ทหาร)ต้องการเวลาพักส่วนตัวมากขึ้นแต่คุณจางอูยองก็ยังเรียน
อูยอง – jason_hello เป็นครูสอนเปียโนของพวกเรา
หัวหน้า – คนต่างชาติเหรอ
อูยอง – ไม่ใช่ครับ 555 เป็นคนเกาหลี แต่(ชื่อ)เจสันนี่ เหมือนอย่างตอนผมรับบทเจสันในดรีมไฮ
หัวหน้า – น่าจะต้องเปลี่ยนโทรศัพท์นะครับ คือหน้าจอเล็กมาก
อูยอง – *เขิน*
หัวหน้า – คนดูคงคิดว่าเราหนาวมาก
อูยอง – ความจริงข้างนอก แง้มประตูไว้นิดนึงครับ ให้มีอากาศเย็นๆ
แฟนๆ – อปป้าหนาวเหรอคะ, นั่นที่ไหนน่ะ
อูยอง – ที่นี่เป็นภูเขาค้าบ
พี่แว่น – (อ่านคอมเม้นท์) Long time no see
หัวหน้า – ตุ๊ก!
หัวหน้า – อ่านภาษาไทยออกมั้ยครับ
อูยอง – อ่านไม่ออกหรอกครับ แต่รู้สึกได้ครับ
อูยอง – “ขอบคุณคับ”
พี่แว่น – “ขอบคุณคับ”
พี่แว่น – “ขอบคุณครับ” เหรอครับ ทักทายเหรอ
อูยอง – “ขอบคุณครับ” คัมซาฮัมนิดา (ขอบคุณครับ)
หัวหน้า – แล้วนี่…มีคำสุภาพ(แบบไม่ทางการ)มั้ยครับ
อูยอง – ผมคงต้องศึกษาอีกให้ละเอียด แต่เท่าที่ผมรู้ โดยทั่วไปแล้ว ประเทศไทยเนี่ย ใช้ภาษาที่ให้เกียรติคู่สนทนาครับ
หัวหน้า – ถ้าอย่างนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นภาษาสุภาพนะครับ
อูยอง – ครับ มีคำประเภท “ฮยอง” (พี่ชาย) “นูน่า” (พี่สาว) อยู่ครับ
แฟน – อปป้า ป่านนี้ทำไมไม่นอนละคะ
อูยอง – เพื่อเจอทุกคนไงครับ
แฟน – จุนโฮกับชานซองก็ไปแล้ว(เข้ากรมถัดจากอูยอง) จะร้องไห้ค่ะ
อูยอง – ครับ
หัวหน้า – แป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปนะครับ
อูยอง – พอถึงเดือนหน้าผมก็จะเข้ากรมมาครบหนึ่งปีแล้วครับ
หัวหน้า – หนึ่งปีแล้วแฮะ
พี่แว่น – เวลาผ่านไปเร็วครับ
อูยอง – สิ่งที่ผมอยากขอบคุณแฟนๆ มากๆ ระหว่างที่ใช้ชีวิตทหารอยู่…
(เพลงมา)
อูยอง – ตบมือๆๆๆ
พี่แว่นอ่านคำถาม – ทำไมผอมลงอย่างนี้ละคะ
อูยอง – ช่วงนี้ผมไดเอทอยู่
หัวหน้า – คนคงจะนึกว่าป่วย
อูยอง – ไม่เคยป่วยเลยครับ ผมไม่เคยเจ็บป่วยเลยครับ สุขภาพดีมากครับ
แฟน – ขอบ้านของเราหน่อยค่ะ
อูยอง – ให้ร้องเพลงครับ
หัวหน้า – อ๋อ ขอให้ร้องอูรีจิบ (My House)
หัวหน้า – ว่าแต่ทำไมถึงไดเอทละครับ แค่ทำไปเฉยๆ เหรอครับ
อูยอง – เป็นการดูแลตัวเองมากกว่าแค่ไดเอทครับ ผมกับสิบเอก***(พี่แว่น)ออกกำลังด้วยกัน ควบคุมอาหาร
พี่แว่น – นี่(อูยอง)คุณครูสอนออกกำลังของผมครับ
อูยอง – ระหว่างที่ผมอยู่ในกรม แฟนๆ ให้ของกินกับจดหมายมาเยอะมากๆ เลย
หัวหน้า – เค้าขอให้พูดว่า “งานพิเศษ สู้ๆ”
อูยอง – สู้ๆ
อูยอง – (ต่อ) ผมก็เลยได้จดหมายเยอะมากๆ
หัวหน้า – จริงครับ ดูจากความสามารถแล้ว…
อูยอง – เปรู จากเปรู
หัวหน้า – จากเปรู… ท่าทางแฟนๆ จะรักมากเลย
อูยอง – ขอบคุณมากจริงๆ ครับ
(ระหว่างที่แต่ละคนพูด พออีกคนอ่านคอมเม้นท์จากแฟนก็สลับเรื่องคุยไปมา สรุปได้ว่าอูยองขอบคุณแฟนๆ ที่ส่งของกินกับจดหมายให้เยอะมากระหว่างเข้ากรม และหัวหน้าก็เห็นว่าท่าทางแฟนๆ จะรักอูยองมาก)
อูยอง – ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับที่มาอยู่ด้วยกันดึกมากขนาดนี้ ขอให้ใช้เวลาอันอบอุ่น เวลาที่ดีกัน ตอนนี้ที่เกาหลีเป็นฤดูที่ร้อนมาก ซัมเมอร์มาแล้วครับ อย่าทานไอศครีมเยอะเกินไปเพราะว่าร้อนนะครับ
หัวหน้า – เพราะถ้าแบบนั้นก็จะเป็นหวัดอีกนะครับ
อูยอง – ทุกคนดูแลร่างกายให้ดี
แฟน – หน้าร้อนนี้ยางกูจะร้อนยิ่งกว่า
อูยอง – นั่นแหละครับ
หัวหน้า – แต่ยางกูเนี่ย ต่อให้ร้อนน้อยลงก็ยังร้อนมาก ในความคิดผมโดยส่วนตัวนะครับ
อูยอง – ตอนนี้(หัวหน้า)อยู่ยางกู…
หัวหน้า – เป็นปีที่ 25 แล้วครับ
หัวหน้า – นี่เป็นแถบภูเขา ก็เลยเย็นๆ
อูยอง – อากาศก็…สุดยอดเลย อยู่อย่างสุขภาพดีมากครับ ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่มาอยู่ด้วยกันในไลฟ์กะทันหันแบบนี้
หัวหน้า – จะว่าไปถ้าเรามีช่วงเวลาแบบนี้กันเยอะๆ ก็คงดีนะครับ ในมุมของผมด้วย
พี่แว่น – หลังจากอยู่แต่ในค่าย
หัวหน้า – ตอนลาพักร้อนก็ได้ อย่าทำแต่งานดนตรีมากเกินไปครับ
(ตอนพูดถึงแบรนด์เสื้อผ้า เสื้อกันหนาวของอูยองกับพี่แว่นเหมือนกันเด๊ะ)
หัวหน้า – ตอนแรกผมนึกว่าสองคนใช้ด้วยกันตัวเดียว อยู่ดีๆ มาเห็นอ้าวมีสองตัว
พี่แว่น – เสื้อคู่ๆ
แฟน – ไลฟ์จนเช้าเลยเถอะ
อูยอง – ขอโทษทีนะครับ
(พูดปิดท้ายก่อนจบไลฟ์)
อูยอง – มายางกูกันเยอะๆ นะครับ
อูยอง – ก็มาเยอะแล้วนะ
หัวหน้า – จริงๆ ได้รับผลจากอูยองมากจริงๆ
อูยอง – ไม่หรอกครับๆ
หัวหน้า – ทหารเองก็ชอบมาก
อูยอง – *ขำพรืด* *เขิน*
อูยอง – พูดตามตรง ในฐานะกองทัพบกเกาหลี ถ้าสามารถส่งผ่านพลังของคนหนุ่มสาวได้
หัวหน้า – เหมือนว่าจะได้ส่งผ่านไปเยอะแล้วจริงๆ ครับ
อูยอง – ขอบคุณครับ
พี่แว่น – ไม่ต้องให้เวลาแฟนๆ แคปหน้าจอเหรอครับ
อูยอง – น่าจะมีแฟนอัดอยู่ตอนนี้แล้วไปอัพบนเว็บยูทู*ให้ครับ (เอ่ยชื่อเว็บไม่ได้)
แฟน – ร้องเพลงให้ฟังหน่อยค่ะ
อูยอง – ร้องไปแล้วนะครับ
(ปิดท้าย อูยองจะให้หัวหน้าเป็นคนสั่งวันทยาหัตถ์ หัวหน้าก็จะให้อูยองสั่ง)
หัวหน้า – แด่แฟนๆ ทุกท่านของอูยองของเรา… ทำความเคารพ!
ทุกคน – วันทยาหัตถ์! รักนะครับ! … อันนยองงงง
อูยอง – อาโย~~~
รวมคำแปลเรียบเรียงสรุปจากสัมภาษณ์พี่คิม เปิดใจตอบทุกคำถาม
ในงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มเดี่ยวเกาหลี My 20’s (나의 20대) เมื่อวันจันทร์ที่ 27 พ.ย. 2017
ที่มา จากสำนักข่าวออนไลน์เกาหลี (ลิ้งค์ด้านล่าง) เฉพาะส่วนที่โควทคำพูดของพี่คิมโดยตรง
แปล KR-TH โดย wyshoney นำออกกรุณาให้เครดิต

ชีวิตวัย 20 กับ 2PM
กระวนกระวายที่สุดก็ตอน 2PM ทำได้ดีที่สุด มีความสุขกับ 2PM มาก เหมือนครอบครัว สมาชิกทุกคนรับผิดชอบและเป็นผู้นำได้ เพราะมี 2PM ถึงทำกิจกรรมโซโล่ได้ ลำบากแทคยอนมาก
“เดิมทีไม่ใช่เวลาที่จะเตรียมอัลบั้ม เพราะกำลังจะเข้ากรม ขนของย้ายบ้านไปหมดแล้ว แต่เพราะบาดเจ็บเลยเลื่อนเวลาเข้ากรมออกไปหนึ่งปี เลยมีเวลาว่าง (หลังจากบาดเจ็บ) กลัวว่าจะทำอะไรไม่ได้เลย เหนื่อยใจ อยู่ดีๆ ก็ได้พักแต่ไม่รู้สึกเหมือนพักผ่อน เหมือนยังไม่ใช่เวลาที่จะพัก ก็คิดว่าจะใช้เวลาว่างที่ไม่ทันได้วางแผนไว้ยังไง ระหว่างกินข้าวกับพี่จินยอง (JYP) เมื่อต้นเดือนมีนา ก็คุยกันขึ้นมาว่าเตรียมอัลบั้มก็น่าจะดีนะ เลยได้ออกอัลบั้มใหม่ อัลบั้มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวผมในวัย 29 ที่มองย้อนกลับไปในช่วงวัย 20 ของตัวเอง”
“ช่วงวัย 20 ของผมนี่ดูมีสีสันใช่มั้ย แต่ก็มีความเจ็บปวดด้วย ช่วงวัย 10 ปลายๆ เป็นเด็กฝึก 20 ต้นๆ เดบิวต์ ในอัลบั้มมีเรื่องของช่วงเวลานั้นด้วย เป็นวัย 20 ที่ทำกิจกรรมในฐานะ 2PM อย่างมีสีสันและยุ่งมาก เกือบ9 ปีที่ใช้ชีวิตแบบยุ่งตลอด แทบไม่มีวันที่ไม่มีงาน ที่ผ่านมาถึงจะอยู่เฉยๆ ก็ไม่รู้สึกว่าพักอยู่ กระวนกระวายตลอดเวลา แต่งเพลงด้วยใจกระวนกระวายประจำ ระหว่างทำงานในฐานะ 2PM ทั้งได้รับรางวัลและได้ที่ 1 หลายครั้ง มีช่วงเวลาที่มีความสุขอยู่มาก แต่ในความสุขนั้นก็ยังมีสิ่งที่ทำตามลำพังอยู่เยอะ ระหว่างที่ทำกิจกรรมกับ 2PM ก็มีความกังวลเรื่องอนาคตมาก ตอนที่กระวนกระวายที่สุดก็คือตอน 2PM ทำได้ดีที่สุด กังวลมากว่าความนิยมนี้จะหายไปเมื่อไร แล้วหลังจากนั้นเราจะทำอะไรจะอยู่แบบไหน กังวลว่าทำยังไงถึงจะทำ(งาน)ดนตรีต่อไปได้เรื่อยๆ ถามตัวเองบ่อยๆ ว่า ‘ต่อไปจะใช้ชีวิตแบบไหน จะใช้ชีวิตวัย 30, 40 ยังไง’ เกิดความคิดว่าต้องสร้างสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ ต้องปูเส้นทางของตัวเอง เกิดความคิดว่าสิ่งที่ฉันทำได้ดีก็คือการทำดนตรี ก็เลยทำเพลงอยู่เรื่อยมา เริ่มแต่งเพลงเองตั้งแต่ตอนอยู่หอ เพลงที่แต่งในตอนนั้นคงไม่ได้โปรโมททั้งหมด แต่ระหว่างที่จดจ่ออยู่นั้นความกระวนกระวายก็หายไป”
“ช่วงวัย 20 ของผมคงไม่พูดถึง 2PM ไม่ได้เนาะ ช่วงเวลาตั้งแต่ได้เจอเมมเบอร์ ได้เดบิวต์เป็น 2PMได้ที่หนึ่ง ได้รางวัล จนถึงทัวร์คอนเสิร์ต ทัวร์โซโล่ที่ญี่ปุ่น การออกอัลบั้มและโปรโมทล้วนเป็นความทรงจำ ทั้งหมดมีค่ามาก ผมคิดว่าเพราะมี 2PM ถึงทำให้ตอนนี้ผมสามารถทำกิจกรรมโซโล่ได้ (พูดถึงตอนฝึกแต่งเพลง) แทคยอนก็เลยจะลำบากมาก ตอนอยู่หอเป็นรูมเมทกัน กลางคืนแทคยอนนอนอยู่ผมก็นั่งทำงาน(แต่งเพลง)ก็คงจะหนวกหูน่าดู เพลงแรกที่ผมแต่ง ได้เข้าไปอยู่ในละครดรีมไฮ หลังจากนั้นตอนเพลง ‘Go Crazy’ ที่ผมแต่งได้เป็นเพลงไตเติ้ลของอัลบั้ม 2PM ก็มีความทรงจำที่โทรคุยกับแม่ไปร้องไห้ไป”
(สิ่งที่มีความสุขที่สุดในวัย20คือ) “การได้พบสมาชิก 2PM และช่วงเวลาที่ได้บรรลุอะไรหลายๆ อย่างกับพวกเขา มีความสุขมากที่ได้เป็น 2PM เข้ากับเมมเบอร์ได้ดีมาก พวกเมมเบอร์ใจดีมาก เดิมทีผมเองก็ไม่ใช่คนใจดีอะไร แต่พอมาอยู่กับเมมเบอร์แล้วก็ใจดีขึ้น การได้พบกับเมมเบอร์เป็นความสุขที่สุดของผม เราเชื่อใจกัน สนิทกันเหมือนครอบครัว มีความสุขเพราะได้พบกับคนที่สามารถสนับสนุนกัน เป็นเรื่องดีมากที่เราจะสามารถอยู่อย่างเพื่อนกันต่อไปในชีวิตวันข้างหน้าด้วย ขอบคุณสำหรับสิ่งที่ได้ผ่านพ้นมาด้วยกัน ที่ผ่านมาแม้จะมีความเจ็บปวดด้วย แต่เมื่อได้ผ่านความเจ็บปวดนั้นก็เหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
“ผมเป็นพี่ใหญ่ของ 2PM แต่สมาชิกทุกคนก็มีความรับผิดชอบด้วยกัน แต่ละคนก็มีความเป็นผู้นำ ความโดดเด่นของเมมเบอร์ดูจะเกิดขึ้นได้จากการผลักดันของเมมเบอร์คนอื่นและความเป็นหนึ่งเดียวกัน”
“เมมเบอร์เชื่อใจกันอย่างจริงจัง ความใส่ใจกันระหว่างเมมเบอร์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ทุกคนมีความต้องการของตัวเอง แต่ต้องมีความรับผิดชอบเพื่อรักษากลุ่ม การแชร์ปัญหากันอย่างตรงไปตรงมาและความเชื่อใจกันสำคัญที่สุด เมมเบอร์มีเรื่องอะไรไม่พอใจกันก็จะพูดกันตรงๆ เวลาแบบนั้นเราจะมารวมตัวแล้วเคลียร์กัน”
“ถ้าใช้มาตรฐานของตัวเองตัดสินสมาชิกอื่นๆ ทุกอย่างก็จะยาก คิดว่าเคล็ดลับของ 2PM คือต้องเข้าใจกันมากขึ้น นึกถึงใจกัน วงจะอยู่ได้นาน”
(คำแนะนำสำหรับรุ่นน้อง) “เวลามีเรื่องทะเลาะกันระหว่างสมาชิก อย่าไปคุยกันในที่ๆ ไม่มีสมาชิกคนอื่นอยู่ เรื่องแบบนี้ถ้าผิดพลาดขึ้นมาจะกลายเป็นพูดลับหลังกัน ไม่สบายใจกับใครก็พูดเองตรงๆ หรือไม่ก็มารวมกันทุกคนแล้วคุย เป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีความรับผิดชอบที่จะรักษาชื่อวง ต่อให้ทำงานวงไปแล้วเกิดความรู้สึกว่าตัวเองอยากจะเดินไปในเส้นทางอื่นก็ต้องลองนึกว่ายอมเสียสละเพื่อทีม เพราะต้องพบกับผู้คนที่ใช้ชีวิตมาแตกต่างกัน ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมี ความขัดแย้ง ในเวลาแบบนั้นให้พูดกันตรงๆ เรื่องที่ไม่พอใจ ผมว่าการเคลียร์กัน ณ ตรงนั้นเลยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้ามันสะสม ความขัดแย้งมันจะยิ่งรุนแรงขึ้น”
“เมื่อปี 2012 คุณพ่อเสียกะทันหัน เกิดความรู้สึกหลายอย่าง พอกลายเป็นหัวหน้าครอบครัว ความรับผิดชอบก็มากขึ้น เรื่องใหญ่ที่สุดที่ตระหนักได้คือ ก่อนหน้านั้นหนึ่งปีคุณพ่อของเพื่อนสนิทเสีย เพื่อนก็บอกผมว่าให้ทำดีกับพ่อแม่ ตอนนั้นก็ไม่ได้เข้าใจชัดเจน แต่พอเจอกับตัวเลยรู้ความหมายโดยรวมของสิ่งที่เพื่อนบอก คือถ้าเราเห็นการมีตัวตนของคนอื่นเป็นของตาย(ไม่ได้ให้คุณค่า)จะเจ็บปวดนะ”
“เพิ่งอายุ 29 เลยยังไม่รู้ว่าวัยเลขสามเป็นยังไง ต่อให้ใครมาเล่าให้ฟังแต่ยังไม่เคยเจอด้วยตัวเองก็จะไม่รู้ (ช่วงวัย 20) คนรอบข้างอย่างรุ่นพี่ คุณพ่อคุณแม่ คอยแนะนำอยู่บ่อยๆ ว่าทำอย่างนั้นสิ อย่าทำอย่างนี้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึก ช่วงอายุ 20 คือไม่ว่าจะได้ฟังคำแนะนำมากแค่ไหนก็ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม คิดว่าต้องประสบด้วยตัวเองถึงจะรู้สึกได้ เกิดเรื่องราวมากมาย และเพราะทำผิดพลาดซ้ำๆ ก็เลยมีเรื่องที่ลำบากด้วย อาจจะเป็นความสะเพร่ารึเปล่าก็ไม่รู้ ถึงอย่างนั้น ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป(ในช่วงวัย20)ก็ยังคิดถึงมาก เดี๋ยวนี้น่ะระวังมากขึ้น ตอนนั้นเผชิญหน้าแบบไม่กลัวเลย ตอนนี้ระวังและไว้ตัวมากขึ้น นั่นก็คือช่วงวัย 20 ของผม ได้เผชิญอะไรมากมาย ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี เรื่องไม่ดีก็เป็นประสบการณ์เพื่อไม่ให้ผิดพลาดซ้ำอีก ได้มีประสบการณ์มากมายในช่วงวัย 20 และได้เติบโตจากประสบการณ์นั้น พอตอนนี้ลองคิดดูก็โล่งใจที่ไม่ได้ใช้เวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ ต่อให้อายุขึ้นเลขสามแล้วก็คงจะยังกังวลเรื่องงานและเรื่องอนาคตต่อไป”
“ได้ใช้ช่วงวัย 20 ไปอย่างยุ่งวุ่นวาย ไม่มีเวลาย้อนกลับมามองตัวเองเลย ปีนี้พอจะมีเวลากลับมามองตัวเองบ้าง อยากจะใช้ชีวิตวัย 30 แบบนุ่มนวลลงหน่อย มีความยืดหยุ่นหน่อย จะใช้ชีวิตให้ยืดหยุ่นขึ้นยังไง ไว้จะลองไปคิดตอนอยู่ในกรม”
“สิ่งที่อยากบรรลุในช่วงวัย 30 คือดนตรี อยากเป็นนักร้องที่สามารถสื่อสารกับผู้คนหมู่มากได้ ส่วนช่วง 20 คงเป็นการอยู่แต่งเพลงดึกดื่นหลังจบตารางงาน(ในวันนั้น)อย่างเงียบๆ ไม่ให้แทคยอนตื่น คงเป็นเพราะความกระตือรือร้นในตัว แล้วความกระตือรือร้นก็ทำให้มีความมุ่งมั่นที่จะนั่งทำเพลง อยากเอาความกระตือรือร้นในตอนนั้นมาให้เต็มที่แล้วทำเพลงอย่างขยันขันแข็ง”
“ช่วงอายุ 20 ยุ่งมาก ต้องรอให้เสร็จงานของ 2PM แล้วกลางคืนถึงจะนั่งลงในห้องทำงาน(เพลง)ได้ แต่ตอนนี้เริ่มมีความสามารถคุมได้บ้าง ทำเพลงอย่างมีความยืดหยุ่นโดยไม่ลืมความกระตือรือร้น”
“ไม่ว่าอะไรก็อยากทำออกมาเป็นเพลง นึกถึงเมื่อก่อนที่เคยกระตือรือร้นมากเรื่องดนตรี มีความกระตือรือร้นในช่วงวัย 20 ที่ไม่อยากทิ้งไป พยายามที่จะไม่หยุดความพอใจไว้แค่ปัจจุบัน ถ้ารู้สึกขี้เกียจขึ้นมาแม้แต่นิดเดียวก็จะนึกถึงสมัยก่อนว่า ณ เวลานั้นเคยกระตือรือร้นแค่ไหนที่อยากจะทำฝันให้เป็นจริง มองหาความตั้งใจเริ่มแรก ลองคิดว่าทำไมตอนนั้นถึงกระตือรือร้นแล้วก็จะอยากขยันขึ้นมา รักษาความกระตือรือร้นนั้นไว้ นั่นน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ขยัน ทำแบบนั้นแล้วจะระวังและขยันมากขึ้น ถ้าลองนึกถึงสายตาของผู้คน(สาธารณชน)ที่มองมา ก็จะคิดว่าต้องตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้อีก”
“วัย 20 เป็นช่วงอายุแห่งการเติบโต (ช่วงนี้ได้ดูพวกรายการออดิชัน เห็นพวกเด็กฝึกแล้วก็นึกถึงตัวเองสมัยก่อน) ผม(ตอนนั้น)ก็กระตือรือร้น กระตือรือร้นอยากจะเป็นคนดนตรี จริงๆ แล้วไม่ได้ฝันว่าอยากเป็นนักร้อง แต่ฝันอยากเป็นคนทำดนตรี (สมัยม.ปลาย เคยแบ่งเงินจากค่าขนมเก็บไว้อาทิตย์ละ 3,000 วอน สองเดือนต่อมาถึงได้รวมเงินไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับการประสานเสียง) อยากศึกษาจากหนังสือปกเหลืองเล่มนั้นเลยซื้อมา แต่อ่านแล้วไม่รู้เรื่องเลย มีช่วงเวลาแบบนั้นด้วย”
“พอดูรายการออดิชันแล้วนึกถึงความทรงจำสมัยที่กระตือรือร้นมาก มันคือแรงผลักดันของผม ต้องทำเพลง ฟังเพลง และเปิดใจอยู่ตลอดเวลา มีหลายอย่างที่ได้เรียนรู้ในระหว่างทดลองทำ ในระหว่างนั้นก็ได้เติบโตอย่างรวดเร็วด้วย เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อรับมือกับคนและค้นหาวิธีการผ่อนคลาย (เรื่องความสัมพันธ์กับผู้คน) ตอนนี้ก็ยังว่ายาก จะแยกยังไงระหว่างการไม่ทำร้ายจิตใจของอีกฝ่าย กับการทำอะไร ให้ชัดเจนในมุมของตัวเอง”
“รายการ(แข่งออดิชันสมัยนี้)ดุเดือดเหมือนสนามรบ ถ้าเป็นผมอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอาจจะทำไม่ได้ก็ได้ สิ่งที่อยากบอกรุ่นน้องในตอนนี้คือความกระตือรือร้น เพราะพอขึ้นไปอยู่บนเวทีแล้ว คนดูจะมองเห็นว่าคนที่กระตือรือร้นให้ความรู้สึกแตกต่าง และควรจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับตัวเองว่าอยากเป็นนักร้องหรืออยากมีชื่อเสียง กระตือรือร้นเพื่อไปสู่เป้าหมายแล้วอย่าลืมคำนึงถึงเมมเบอร์คนอื่นด้วยก็จะดี”
(ระหว่างการสัมภาษณ์) “ถามอะไรก็ได้ครับ ถามเรื่องน่าอายก็ได้”
(ในช่วงพักหลังบาดเจ็บ อยากรู้ว่าคนคิดยังไงกับจุนเค แล้วก็ได้ดูวีดีโอ Snow Flower ด้วย)
[หมายเหตุ: Snow Flower หมายถึงอีเวนท์หนึ่งที่พี่คิมต้องร้องเพลงสดทั้งที่เจ็บคอมาก เสียงเลยออกมาเหมือนแพะและถูกล้อมาตลอด]
“ที่จริงตอนนั้นก่อนขึ้นเวทีป่วยมากก็เลยร้องเพลงให้ดีๆ ไม่ได้ เป็นนักร้องแล้วจะมาใช้ข้อแก้ตัวน่ะไม่ดี ก่อนขึ้นเวทีก็คิดแล้วว่าคงร้องเพลงไม่ได้แน่ แต่เพราะ(ตอนนั้น)เป็นเด็กใหม่ เลยต้องทำเหมือนไม่เป็นไร สุขภาพก็แย่ ไม่ทำงานก็ไม่ได้”
“หลังเกิดเรื่อง Snow Flower ตอนแรกก็กังวลว่าคนจะคิดยังไงกับเรา ผมเองดูคลิปนั้นก็ยังขำ ต่อไปไม่ว่าจะทำอะไร คนคงติดภาพตลก คิดยังงั้นแล้วก็อาย หลายๆ คนยังนึกถึงคลิปนั้นอยู่ ผมคิดว่าคงต้องขยันทำดนตรีเพื่อชดเชย(ความผิดพลาดนั้น) ลองถามเพื่อนๆ ว่าทำไงดี เพื่อนก็บอกว่าต้องแก้ด้วย Snow Flower สิ เมื่อไวๆ นี้ก็เลยไปคาราโอเกะ ร้องเพลงนั้นแล้วอัพคลิป อยากจะตั้งใจชดเชยมันด้วยด้วยดนตรี ถ้าได้ชม(คลิปที่คาราโอเกะ)กันอย่างงดงามก็คงดี”
เรื่องแฟนและมุมมองความรัก
บรรดาคนที่เคยคบไม่ใช่ดารา แต่เข้าใจผมมาก เคารพกันและไม่โอ้อวด รู้สึกขอบคุณและขอโทษทุกคนที่ไม่ค่อยได้เจอกันเพราะด้วยอาชีพ ทุกครั้งที่มีแฟนก็มองไกลถึงขั้นแต่งงาน เป็นพวกพยายามให้ดีที่สุด คบไปเรียนรู้ไป คบกันต้องไม่โกหก

“ที่ผ่านมาก็เคยมีแฟนครับ (ใช้ Past tense) พูดตามตรง ถ้าบอกว่าไม่เคยมีแฟนก็โกหกแล้ว บรรดาคนที่ผมเคยคบเข้าใจและเคารพผมมาก ยิ่งเค้าไม่ใช่ดาราเลยเหมือนจะยิ่งมีสิ่งเหล่านั้นมากไปอีก เคารพและไม่ขี้อวดและเข้าใจผมมาก ก็เลยไม่มีเรื่อง(ข่าว)แบบนั้น ที่จริงด้วยอาชีพเลยทำให้ไม่ได้เจอแฟนบ่อย ถึงอย่างนั้น(แฟนก็ยังดีด้วยก็เลย)รู้สึกขอบคุณ แล้วก็รู้สึกผิดอยู่เสมอเลย ขอโทษที่ไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน นี่ไม่ได้พูดถึงใครคนใดคนนึง พูดถึงทุกคน จนเคยมีเพื่อนคนนึงบอกว่า ‘เพลงของนายที่มีความเสียดายเยอะจัง'”
“ผมเป็นพวกที่เวลามีแฟนก็จะพยายามให้ดีที่สุด คบไปเรียนรู้ไป เมื่อไรที่มีแฟนก็ค่อนข้างมองไว้ถึงขั้นแต่งงาน คิดอย่างนั้นทุกครั้ง ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายคิดยังไง แต่คิดว่าต้องพยายามมองไปไกลๆ เสมอ”
“คนส่วนมากบอกว่าความรักไม่ต้องพยายาม แต่ผมคิดว่าไม่ถูกเท่าไร คิดว่าความรักก็เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นด้วย คู่รักหลายคู่พอทะเลาะแล้วก็ไม่คุยกัน แต่ผมว่าไม่ได้ ต้องนึกถึงใจอีกฝ่ายและสร้างความรักไปด้วย ต้องคุยกันแชร์กันตรงๆ ไม่ใช่เหรอ ไม่ว่าใคร เมื่อมีความรักก็มีสิ่งที่ต้องเผชิญ แต่เวลาทะเลาะกันต้องนึกถึงใจอีกฝ่าย เข้าใจกัน อย่าโกหก และรักษาความเชื่อใจกันไว้ ถึงจะเกิดความเชื่อมั่น”
อัลบั้มเดี่ยวล่าสุด
การทำเพลงครั้งนี้ลองหาจุดที่คนสามารถรู้สึกร่วม ไม่หวังชาร์ตแต่อยากให้ฟังเพลงจุนเคโดยไม่มีอคติ เลือกเพลง Title นี้เพราะ CEO ฟังแล้วน้ำตาซึม ลุงผักเมื่อก่อนน่ากลัวเดี๋ยวนี้น่ารักขึ้น
แต่งเพลงให้ 2PM ต้องเซ็กซี่แต่ตัวเองเป็นคนไม่เซ็กซี่
หน้าผมไม่เหมาะกับงานแสดง มีละครเวทีเสนอมาแต่ขอโฟกัสงานเพลงก่อน

“กังวลเยอะมาก เดิมทีเวลาแต่งเพลงจะใช้เวลาทีละ 30~40 ช.ม. (มีเวลานอนด้วย) ทำอย่างจดจ่อ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ เริ่มจากเขียนข้อความไว้เยอะๆ ก่อน เป็นเวลาที่นึกกลับไปกลับมาถึงความคิดในช่วงอายุ 20 เรื่องสมัยเป็นเด็กฝึก ความกังวลก่อนเดบิวต์ อะไรหลายๆ อย่างที่เขียนไว้ในไดอารี่ ภาพที่สเกตช์ไว้ และรูปที่ถ่ายเมื่อตอนนั้นด้วย”
“คราวนี้ระหว่างทำอัลบั้ม ได้อ่านข้อความที่อัพไว้ใน(เว็บ) cyworld สมัยเป็นเด็กฝึกอายุ 20 ต้นๆ อีกครั้ง มีข้อความที่ถ้าเป็นอย่างตอนนี้คงจะเขียนไม่ได้อยู่ด้วย ตอนนั้นคงอ่อนไหวมาก”
“อัลบั้มแรก(ปีที่แล้ว) คนทำงานดนตรีชมกันเข้ามาเยอะ พี่ยูฮียอล(You Hee Yeol – พิธีกรรายการ Sketchbook)ก็ชมมากเลย ที่จริงได้ยินแบบนั้นเหมือนเป็นคำปลอบ แต่สุดท้ายก็คิดว่าสิ่งสำคัญคือผู้คนทั่วไปฟังกันมากแค่ไหน คราวที่แล้วทำตามความต้องการทางดนตรีชัดมาก ครั้งนี้ใช้เวลาไปกับความคิดว่าจะให้คนฟังสามารถมีความรู้สึกร่วมกับเรื่องราวจริงๆ ของตัวผมได้”
“ส่วนตัวแล้วผมชอบเพลงแนว R&B อัลบั้มที่แล้วเลยแต่งเพลงแนว Future R&B ในบริษัทแนะว่ามันไม่คุ้นหูคน ซึ่งก็จริง ตอนเตรียมอัลบั้มรอบนี้เลยดูชาร์ตเพลง ดูเหมือนว่าเพลงที่คนชอบ(ติดชาร์ต)นานๆ จะมีเนื้อเพลงที่ดี”
“เมื่อก่อนผมก็แค่ทำเพลงที่ผมอยากทำ แต่ตอนนี้ความคิดเปลี่ยนนิดหน่อย ถ้าจะทำดนตรีที่อยากทำ คิดว่าก่อนอื่นต้องมีพื้นที่ในตลาด(คนฟัง)ก่อน โดยเฉพาะถ้าเป็นเพลงที่ไม่คุ้นหูคนทั่วไป ดังนั้นอัลบั้มนี้เลยจะมีความเข้าถึงผู้คนมากขึ้น ไม่ใช่ว่าทิ้งความต้องการด้านดนตรีของตัวเองไปเลย แต่ว่าลองหาจุดที่ผู้คนสามารถรู้สึกร่วมภายในสไตล์ที่ผมทำได้”
(คิดว่าดนตรีแบบไหนที่ดึงดูดคนหมู่มาก) “ได้รู้แล้วว่าคำตอบที่ถูกต้องไม่ใช่ตัวของผมเองแน่ๆ ชัดเจนว่าดนตรีที่ดีคือดนตรีที่พอมามองย้อนดูทีหลังแล้วจะต้องไม่รู้สึกอาย อยากทำเพลงที่จะไม่อับอายทีหลัง กลับมาฟังแล้วไม่รู้สึกว่า ‘ทำไมตอนนั้นปล่อยเพลงนี้เนี่ย’ คำตอบที่ถูก(เพลงที่ดี)ไม่ได้มาจากความดื้อของผม ต้องฟังคำแนะนำของคนรอบข้างด้วย ก็ดูจะกังวลแหละว่าคนส่วนมากจะเปิดรับเพลงแบบไหน มีเพลงที่อยากทำ แต่ไม่ใช่แบบที่จะทำให้คนส่วนมากชอบ อยากให้เป็นอัลบั้มที่คนส่วนมากสามารถรู้สึกร่วมไปได้ มากกว่าจะเป็นความดื้อและความต้องการในเรื่องดนตรี(ของตัวเอง)”
“ตอนทำอัลบั้มนี้ พี่จินยอง(JYP)ให้คำแนะนำว่า ‘เขียนเรื่องของตัวนาย แต่ทำสไตล์เพลงให้คนหมู่มากฟังได้สบายๆ สิ'”
“คงพูดไม่ได้ว่าเป็นเรื่องของตัวผมเอง 100% แต่เป็นความรู้สึกในช่วงวัย 20 ใช่แบบนี้เลย การจะเขียนประวัติส่วนตัวจริงๆ ในวัย 20 ของตัวเองเนี่ยมันมีข้อจำกัดอยู่ เพราะ(เนื้อเพลง)ก็มีส่วนที่ผมจินตนาการเติมแต่งเข้าไปด้วยอยู่แล้ว อาจจะครึ่งๆ ถึงอย่างนั้นก็เป็นอัลบั้มที่ใส่ความรู้สึกผม 100% แน่นอน”
(พูดถึงลุงผัก) “ในเรื่องดนตรีนี่นับถือมาก มีสิ่งให้เรียนรู้มาก เป็นครูของผมและเป็นคนดี”
“พี่จินยองอ่อนโยนลงมากแล้ว เดี๋ยวนี้มีส่งหัวใจด้วย น่ารักขึ้นด้วย เมื่อก่อนน่ากลัว เดี๋ยวนี้คอยชักนำในฐานะพี่ชาย เรื่องดนตรีก็อธิบายอย่างละเอียดและคอยให้คำแนะนำ สามารถเรียนเรื่องดนตรีจากพี่จินยองได้ เดี๋ยวนี้นอกจากเรียนรู้ จะเป็นการคุยกันว่าทำยังไงให้คนฟังรู้สึกร่วมได้มากขึ้นซะมากกว่า”
“เตรียมอัลบั้มประมาณช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. เตรียมไว้หลายเพลง แต่หลายๆ เพลงนั้นไม่ได้รับอนุมัติ ยังไม่มีเพลงที่ให้ความรู้สึกว่า ‘เอานี่เป็นเพลงไตเติ้ลเถอะ’ ที่จริงเพลงไตเติ้ลรอบนี้ก็เป็นเพลงที่ถูกใจที่บริษัทมากกว่าจะเป็นผม(เลือก) ก็ร้องไปเรียบๆ แล้วท่านประธานจองอุค (CEO ของ JYPE) ก็โทรมาบอกว่าฟังเพลงวันย้ายบ้านแล้วน้ำตาซึม ชมใหญ่เลย ก็เลยเลือกเพลง ‘วันย้ายบ้าน’ นี้ตามคำแนะนำของบริษัท”
“เพลงไตเติ้ล ‘วันย้ายบ้าน’ น่าจะครึ่งๆ เป็นประสบการณ์จริงครึ่งนึง อีกครึ่งไม่ใช่ เป็นความรู้สึกตอนที่ปีนี้เก็บของย้ายออกจากบ้านที่อยู่มา 5 ปี ระหว่างย้าย ของก็ค่อยๆ หายไปทีละชิ้นสองชิ้น จนเห็นแค่บ้านว่างๆ พอพื้นที่ที่เคยมีเฟอร์นิเจอร์วางอยู่เต็ม มันว่างเปล่าไปก็รู้สึกแปลกๆ ไม่คุ้นตาเลย ภาพของวันเวลาที่ผ่านไปในบ้านนี้ก็ปรากฏขึ้นมา สิ่งที่หายไปจากบ้านคงเปรียบได้กับการคบกัน ที่จริงเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นๆ มีความทรงจำอยู่ไงครับ ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่รู้สึกเหมือนความทรงจำกับบรรดาคนรักก็หายไปด้วย เห็นแล้วอยากความรู้สึกนั้นใส่ลงไปในเนื้อเพลง อยากใส่เนื้อหาว่าการย้ายบ้านมันคือความรู้สึกว่าความทรงจำที่เคยอยู่ในนั้นหายไปด้วย เลยเขียนข้อความ(ที่กลายเป็นเนื้อเพลง)ไว้ในคืนก่อนออกจากบ้าน”
“ตอนทำเพลง ‘เดือน 11 ถึงเดือน 2’ ตอนแรกเป็นเพลงร้องเดี่ยว ใส่ความรู้สึกตื่นเต้นตอนเริ่มมีความรัก แต่รู้สึกว่าอยากได้เสียงผู้หญิงเข้ามาในเพลง ก็พยายามหาเพื่อนที่มีอิมเมจสดใสน่ารัก คิดว่าโซมีร้องน่าจะเหมาะ เข้ากับอิมเมจวิตามินของโซมีได้ดี ก็ติดต่อโซมีได้พอดี แล้วโซมีก็ยินดีมาช่วย ตอนแรกไม่มีท่อนฮุค แต่ช่วยกันแต่งเพิ่ม”
“ส่วนของจีมิน ผมชอบเสียงเค้ามาก ปกติก็จะคุยเรื่องดนตรีกันค่อนข้างเยอะ พอคุยแล้วรู้สึกว่า ‘คนนี้นี่เป็นศิลปินจริงๆ เลยนะเนี่ย'”
“ขอบคุณจีมินกับโซมีมากที่ตอบรับคำขอของผมด้วยความยินดี เพราะสองคนนี้เลยเพลงถึงออกมาได้”
“พี่ Double K ที่มาช่วยฟีเจอริง ‘วัย 20 ของฉัน’ (My 20’s) ปกติก็เป็นพี่ที่สนิทกันมาก บ้านก็อยู่ใกล้เลยเจอกันบ่อย ระหว่างเตรียมอัลบั้มก็ช่วยฟังเพลงให้ด้วย แต่(พี่ Double K)บอกว่าชอบมาก เสนอว่ามาทำด้วยกันเถอะ พี่เค้าก็ยินดีมาช่วยทำเพลงนี้ พูดตามตรงก็ไม่ใช่เพลงแนวตลาด แต่คนที่ปกติฟังแนวฮิปฮอปอยู่แล้วคงจะชอบ”
(การเขียนชื่อเพลงด้วยลายมือจริง) “คุณแม่ชอบเขียนหนังสือ เลยได้รับอิทธิพล(ชอบเขียน)มาจากคุณแม่ เคยได้รับรางวัลการประกวดเขียนอักษรด้วย”
“สิ่งที่แตกต่างที่สุดระหว่างเพลงโซโล่ของผมกับเพลงของ 2PM ก็คือเมมเบอร์ ผมเนี่ยไม่ใช่ แต่เมมเบอร์สูงและเซ็กซี่ ก็ทำเพลงโดยคิดเยอะว่าแบบไหนถึงจะดูเซ็กซี่แบบมีระดับ โดยเฉพาะอูรีจิบเนี่ย เข้ากับเมมเบอร์มาก เลยภูมิใจที่สุด”
“2PM มีเพลงฮิตอยู่ ผมคิดว่าการเป็นนักร้องที่มีเพลงฮิต คือการทำมันได้ในฐานะนักร้องกลุ่ม ในฐานะนักร้องเดี่ยวนั้นยังอยู่ระหว่างไต่บันไดขึ้นไป ดังนั้นปกอัลบั้มครั้งนี้เลยเป็นรูปเดินขึ้นบันได”
“การคัมแบ็คครั้งนี้ไม่มีแผนจะขึ้นโชว์ในรายการเพลง ถ้าได้ทำก็ดี แต่การจะตกแต่งเวทีตามคอนเซปต์ย้ายบ้าน มีข้าวของวางอยู่ทั่ว แล้วมีลุงพนักงานออกมาขนของมันจะเสียบรรยากาศเพลง แต่ถ้าให้ยืนร้องเฉยๆ ก็คิดว่าไม่ใช่”
“คอนเสิร์ตวันที่ 2 ธ.ค. แพลนไว้ว่าจะแสดงเพลงทั้งจากอัลบั้มเก่าและใหม่ แล้วก็มีแฟนไซน์กับจะไปเจอแฟนๆ บนเวทีในหลายๆ รูปแบบ”
(พูดถึงผลตอบรับที่อยากได้สำหรับอัลบั้มนี้) “ที่จริงไม่คาดหวังเรื่องนั้น(คะแนนในชาร์ต) แน่นอนว่าถ้าคะแนนนิยมในเกาหลีเยอะก็ดีเนาะ แต่เพราะเป็นอัลบั้มที่ทำโดยเน้นว่าคนคิดยังไงกับจุนเค รู้สึกอินกับเพลงที่จุนเคแต่ง ก็เลยลดความคาดหวังลงตั้งแต่ตอนทำอัลบั้มแล้ว คิดว่าประเมิน(ความเร็จ)ในแบบเป็นกระบวนการที่ทำให้คนอิน ต่อไปจะได้รู้จักและพูดถึงจุนเค เพลงที่จุนเคแต่งอะไรแบบนี้ ถ้าตัดเรื่องคะแนนแล้วลองเรียนรู้เพลงของจุนเคแบบไม่มีอคติได้ก็คงดี ผมอยากจะสื่อสารกับสาธารณชนด้วยดนตรีมาตลอด วัย 20 ของจุนเคก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่นหรอก คิดว่าถ้าลองฟังเนื้อเพลงแล้วก็น่าจะอินได้ แต่ละคนก็มีเรื่องราวของตัวเองกันทั้งนั้น ถ้าหลายๆ คนที่อยู่ในช่วงอายุ 20 ฟังแล้วรู้สึกโดนก็คงดี ส่วนคนฟังในช่วงวัย 30 ก็จะได้ฟังไปนึกย้อนกลับไปถึงความรักที่ผ่านไปในช่วงนั้น ความทรงจำวันคืนที่สดชื่น ฯลฯ ตอนนี้อยากให้เป็นอัลบั้มที่เข้าถึงคนฟังได้มากขึ้นและรู้สึกร่วมกันไปได้ ตั้งใจทำมามากกว่าครั้งไหนๆ เลย ช่วยฟังกันเยอะๆด้วยครับ”
(พูดถึงงานแสดง) “หน้าผมไม่เหมาะกับงานแสดง ยังอยากทำงานเพลงต่อไปมากๆ”
“เคยเล่นละครเวทีไปด้วย ทำกิจกรรม 2PM ไปด้วย ตั้งใจซ้อมละครเวทีมากเพราะไม่อยากให้ขายหน้า แต่ร่างพังมาก ละครเวทีนี่ ณ ช่วงเวลานั้นมันเห็นทุกอย่างเลย การแสดงละครเวทีต้องซ้อมหนักถึงขั้นว่าให้การหายใจตรงจังหวะกับคนดูเลย แม้แต่การหายใจกับนักแสดง(คนอื่นๆ)ก็สำคัญ ต้องมีสติระดับมืออาชีพ”
“สิ่งที่รู้สึกตอนทำละครเวทีคือ พอทำไปพร้อมกับกิจกรรมของ 2PM แล้วมันโฟกัสไม่ได้ซักอย่าง สุดท้ายแล้วก็คิดว่าต้องเลือกโฟกัสเอาซักด้าน ทำสองอย่างพร้อมกันแล้วทั้งเสียมารยาทกับเพื่อนร่วมงาน ทั้งเสียสุขภาพ หลายปีที่ผ่านมานี้ก็มีเสนอเข้ามาเยอะ เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีงานละครเวทีเสนอเข้ามา แต่ขอเป็นคราวหน้าค่อยทำ ปฏิเสธไปเพราะอยากโฟกัสที่การทำอัลบั้ม ตอนนี้กำลังเน้นที่งานเพลง ยังรู้สึกมากว่าอยากให้ผู้คนได้ฟังกันอีกเยอะๆ”
แผนการณ์ในอนาคตและเรื่องเข้ากรมของ 2PM
มีกำหนดผ่าหมุดออกจากแขนเดือนมกราคม 2018
แทคยอนเล่าชีวิตในกรมให้ฟัง เห็นแล้วเบาใจ
แฟนคลับคงลำบากมาก มีอายุกันแล้ว 2PM ก็เข้ากรมอีก คงคิดถึงแน่ ขอบคุณมากที่รักกันมานาน ถ้ากลับมาแล้วยังมีแฟนๆ รอคงดี

“ปลายปีนี้อยากทำต้นคริสมาสต์กับแม่และน้อง”
“กำลังทำอัลบั้มญี่ปุ่นอยู่ด้วย ช่วงเวลาที่เหลือจนก่อนเข้ากรม มีแผนว่าจะไปทำกิจกรรมที่ญี่ปุ่น”
“มีกำหนดการว่าจะผ่าเอาหมุดออกจากแขนในเดือนม.ค.ปีหน้า หลังจากนั้นจะทำกิจกรรมในญี่ปุ่นซักพัก แล้วจะเข้ารับการตรวจซ้ำ มีแผนจะเข้ากรมในช่วงต้นปีหน้า-อย่างช้ากลางปีหน้า ยังไม่มีกำหนดวันที่ชัดเจน”
“แทคยอนได้วันหยุด ออกมาพักแรมข้างนอกก็เลยไปเจอกันแถวอิลซาน เพราะฝนตกหนักแทคเลยทำโทรศัพท์ตกหน้าจอแตก ผมต้องพาไปศูนย์แล้วเปลี่ยนให้ มัวไปเปลี่ยนหน้าจอเลยต้องรีบกินข้าว ถ่ายรูปสติกเกอร์ด้วยกันแล้วแบ่งกันเก็บไว้คนละอันด้วย หลังเข้ากรมแล้วน่ารักขึ้นนะ”
“ตอนแรกก็กังวลกับชีวิตในกรมของแทคยอน แต่หน้าตาแทคยอนดูดีขึ้นกว่าก่อนเข้ากรมเยอะจนแปลกใจ ผิวดีขึ้น ดูสุขภาพดีขึ้น ดูแข็งแรงมาก เหมาะกับการเป็นทหารมาก ดูตรงไหนก็หล่อ มีพลังสดใสขึ้น เลยล้อแทคยอนเล่นว่าเปลี่ยนอาชีพไปเป็นทหารเลยดีมั้ย ถ้าเมื่อไรได้รับบทแสดงเป็นทหารน่าจะดี (ที่สุขภาพดีขึ้น)น่าจะเป็นเพราะใช้ชีวิตเป็นระบบระเบียบ นอนเป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ที่จริงมีความกลัวเรื่องเข้ากรมอยู่ เห็นแทคยอนปรับตัวเข้ากับชีวิตในกรมได้ดีแถมได้เป็นถึงผู้ช่วยก็สบายใจขึ้นเยอะ ค่อยหายกังวลและเริ่มมีความมั่นใจว่าเราคงทำได้เหมือนกัน”
“ที่ค่ายทหารทุกคนต้องนอนรวมกัน แทคเล่าว่าบางทีลืมตามาเห็นคนนอนข้างๆ ก็ตกใจก็มี มีบอกด้วยว่าในกรมหนาวมาก”
“ตอนนี้แทคยอนก็ทำหน้าที่อยู่ในกรม ผมเองก็แพลนไว้ว่าอย่างเร็วคงต้นปีหน้า ที่จริงอยากเข้าปีนี้ แต่เพราะบาดเจ็บและผ่าตัดเลยช้าไป มีแผนว่าหลังจากผม เมมเบอร์ก็จะเข้ากรมเรียงกันตามลำดับ ยังอีกนานกว่าเมมเบอร์จะออกจากกรมครบทุกคน ผมเข้าก่อน แล้วอูยองเข้า แล้วชานซองหรือจุนโฮ อาจจะเข้าพร้อมกัน อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายปี แต่ประมาณปี 2020 น่าจะ(กลับมา)ได้ สัญญากันไว้แล้วว่าพอทุกคนออกจากกรมครบจะทำกิจกรรมในนาม 2PM และมีคอนเสิร์ตด้วยกัน จริงๆ ต้องขอบคุณเมมเบอร์มากเลยใช่มั้ยครับที่ออกปากเป็นเสียงเดียวกันใจเดียวกันขนาดนี้ ยังไม่มีการตัดสินใจแน่นอนว่าจะต่อสัญญาหรือไม่ แต่ต่อให้มีใครไม่ต่อสัญญาก็พูดได้แน่นอนว่ายังคงจะเป็น 2PM กันต่อไป จะรักษาชื่อ 2PM ไว้จนถึงที่สุด กำลังนับวันรอให้กลับมาครบหกคน ช่วยตั้งตารอด้วยนะครับ ถ้ายังมีแฟนๆ เหลืออยู่ก็คงดี”
“ในระหว่างนั้นแต่ละคนก็คงมีกิจกรรมตามสายของตัวเอง มีทั้งงานแสดง โซโล่ ถ้าเมมเบอร์ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเองมากขึ้นอีกก็คงดี ตอนนี้สมาชิกแต่ละคนก็สร้างสีสันของตัวเอง จะขยันทำงานในฐานะ 2PM และก็คิดอยู่ว่าในอนาคตจะเข้าถึงผู้คนยังไง เข้ากรมก็ต้องไป ระหว่างแต่ละคนไปทำสิ่งที่ตัวเองต้องทำและอยากทำ ก็สร้างสีสันที่ชัดเจนเอาไว้ แล้วพอกลับมารวมกันก็น่าจะออกมาเป็นพลังที่ดี”
“มีการคุยกันกับเมมเบอร์ว่าทำยังไงถึงจะทำเพลงไปได้นานๆ ตอนนี้อะโครบาติกคงลำบากแล้ว พวกเรามีภาพลักษณ์ไอดอลสัตว์ป่า ตัวผมน่ะไม่ใช่ แต่มีบรรดาสมาชิกที่สูง หล่ออยู่ เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นวงที่ดึงดูดด้วยสเน่ห์แบบเซ็กซี่ได้ เรื่องจะดึงดูดด้วยความเซ็กซี่ได้มั้ยก็มีคุยกับเมมเบอร์ไว้เหมือนกัน 2PM มีภาพลักษณ์ที่ถูกตราไว้ ได้คุยกันไว้ด้วยว่าทีนี้คอนเซ็ปต์แบบไหนจะเหมาะกับ 2PM ที่สุด มีความเห็นว่าพวกเราน่ะดูจะเหมาะกับคอนเซ็ปต์เซ็กซี่ที่สุด ตอนที่กลับมารวมตัวและคัมแบ็คกัน อาจจะได้เห็น 2PM ในภาพลักษณ์ของผู้ชายวัย 30 ที่มีความเป็นผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะและเซ็กซี่”
“แฟนๆ คงลำบากกันมาก มีอายุกันแล้ว พวกเราก็ไปเข้ากรมอีก คงคิดถึง 2PM แบบพร้อมหน้าแน่ๆ ขอบคุณแฟนๆ มาก ที่รักกันมานาน ขอสัญญาไว้อย่างนึง เราจะกลับมารวมกัน เพราะฉะนั้นช่วยเชียร์เมมเบอร์แต่ละคนด้วยก็จะขอบคุณมาก”
ที่มาหลัก จากสำนักข่าวออนไลน์เกาหลี 더셀럽, STARNEWS, SPOTV 1, SPOTV 2, bntNEWS, MBN STAR, KBS, 헤럴드POP และหน้าข่าวอื่นๆ ที่เสิร์ชจากชื่อ Jun.K (준케이) ใน Naver
แปล KR-TH โดย wyshoney นำออกกรุณาให้เครดิต
คุณครูที่คอยสนับสนุนให้อูยองทำตามความฝันเมื่อตอนมัธยมปลาย เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ เล่าเรื่องความมุ่งมั่น ความพยายามและการฝึกซ้อมอย่างหนักของอูยองในเวลานั้นที่อยากเป็นนักร้องนักเต้นให้ได้
ที่มา หนังสือพิมพ์การศึกษาเกาหลี http://www.hangyo.com/mobile/article.html?no=88916
แปล KR-TH โดย wyshoney
รักนิรันดร์ที่เกิดขึ้นเพราะ ‘สายลมแห่งการเต้น’
“คุณครูครับ ผมอยากเป็นนักร้องนักเต้นครับ
ถ้าผมเป็นนักร้องอย่างที่ฝันไม่ได้
แล้วผมจะทำอะไรได้บ้างครับ”
“การเรียนน่ะ ฉันสอนเธอ
แต่การเต้นน่ะ เธอเป็นครูของฉัน
เห็นเธอสอนฉันแล้วดูเหมือนว่าจะทำอะไรก็ได้นะ”
อุ้ย ฮิพฮอพงั้นเหรอ! ต่างคนต่างตกใจ
พวกเราที่มาเจอกันที่โรงเรียนสอนฮิพฮอพ เด็กที่ไม่นึกว่าจะเจอคุณครูโรงเรียนตัวเองวัย 40 กลางๆ ได้ที่โรงเรียนสอนฮิพฮอพ เขาอึ้งมากที่เห็นฉัน นั่นคือการพบกันของพวกเราที่ ‘โรงเรียนสอนเต้น’
เด็กคนนั้นฝันอยากเป็นนักร้องแนวแดนซ์และกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนดนตรีภาคปฏิบัติกับโรงเรียนสอนฮิพฮอพ ส่วนฉัน ระหว่างที่หาการออกกำลังแบบ ‘สนุก’ กำลังจะเคาะประตูโรงเรียนสอนฮิพฮอพแทนที่จะเป็นโยคะ ก็ได้บังเอิญไปพบกันเข้าจนต่างคนต่างพูดด้วยความตกใจ

เป็นนักเรียนที่ในเวลาเรียนจะนั่งหน้าสุดแล้วบางครั้งก็สัปหงกหงึกๆ แต่ขณะเดียวกันก็ตั้งใจฟังการสอน จำได้แค่ว่าเป็นนักเรียนที่ฟังบทเรียนด้วยสีหน้าที่สดใสสะอาดเรียบร้อยและตอบคำถามด้วย แต่เวลา ‘แบทเทิล’ ก็มีภาพลักษณ์ของการเต้นที่เปี่ยมล้นด้วยสปิริตแห่งการต่อสู้ ความมั่นใจและความสามารถอย่างเต็มที่
ได้ถ่ายรูปกับเด็กที่เต้นขนาดนั้นด้วย และคุยเรื่องการเต้นกันที่โรงเรียนด้วย พวกเราได้สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันด้วยการพูดคุยแค่ระหว่างเราที่นอกโรงเรียน และแล้วเพราะคุณครูอายุไม่น้อยติดลมการเต้น กับข่าวลือที่ว่าไปเรียนฮิพฮอพ เลยได้รับข้อเสนอให้เป็นคุณครูผู้รับผิดชอบเรื่องการเต้นในงานเทศกาลของโรงเรียน คุณขึ้นแสดงตอนงานเทศกาลเลย! ฉันที่เต้นไม่เก่งเลยปฏิเสธสุดตัว
กลับกันก็ตอบโต้(?)ว่าถ้าอนุญาตให้ขึ้นเวทีเป็นทีมกับนักเรียนจะยอมเต้น และยินดีเป็นครูผู้รับผิดชอบ แล้วเรียกอูยองมาขอความช่วยเหลือ
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วอูยองอ่า พอรู้ว่าเรียนฮิพฮอพเค้าเลยบอกให้เต้นตอนอออุลมาดัง* ฉันบอกไปว่าถ้าเธอไม่เต้นฉันก็ไม่เต้น เธอคิดว่าไง”
“โอ๊ะ! งั้นเหรอครับ คุณครูครับ! ทำไมไม่เต้นละครับ ต้องเต้นสิครับ!”
“งั้นเธอช่วยซ้อมให้ครูที่เต้นไม่เก่งคนนี้ด้วย แล้วก็เตรียมชุดด้วย แล้วก็เตรียมดนตรีด้วย ได้มั้ย”
“แน่นอนสิครับ”
*ชื่องานโรงเรียน (어울마당)
แล้วการซ้อมเต้นก็เริ่มต้นขึ้น ระหว่างที่ซ้อมกับเจ้าเด็กประมาณหนึ่งเดือน ฉันได้เห็นความตั้งใจจริงของอูยองที่ถ้ายังไม่พอใจท่าทางเล็กน้อยแม้แต่นิดเดียวต้องซ้อมจนกว่าจะพอใจ ไหนจะขยันสอนซ้ำๆ ให้ฉันที่เต้นไม่เก่งเพื่อให้ชินกับลำดับ(ท่าเต้น) กระทั่งการขยับมือเล็กๆ น้อยๆ แม้แต่ท่าเดียว เตรียมงานเทศกาลโรงเรียนกันอย่างนั้น และเข้าไปห้องเรียนว่างๆ ในโรงเรียนแล้วปาดเหงื่อกันจนดึกด้วย ในวันหยุดก็ซ้อมที่ห้องซ้อมนอกโรงเรียนด้วย ระหว่างนั้นก็ได้พูดคุยเรื่องที่ปกติไม่พูดกัน

“คุณครูครับ ผมอยากเป็นนักร้องครับ นักร้องแนวแดนซ์ แน่นอนว่าถ้าได้เป็นก็ดี แต่คนที่ฝันอยากเป็นนักร้องมีเยอะมากเลยไงครับ ถ้าผมเป็นนักร้องอย่างที่ฝันไม่ได้แล้วผมจะทำอะไรได้บ้างครับ”
ความกังวลของเจ้าเด็กช่างมีความกระตือรือร้นและอยู่กับความเป็นจริง แล้วก็มีการประเมินตัวเองอย่างเยือกเย็นอยู่ด้วย สอนนักเรียนมาก็มาก แต่แม้ขณะที่ไล่ตามความฝันและอุดมคติ สองเท้าก็ก้าวไปอย่างมั่นคงบนความเป็นจริงและอาศัยตัวตนอย่างที่มี ถึงอย่างนั้น ความพยายามของเจ้าเด็กที่จะทำความฝันนั้นให้สำเร็จก็หนักหนาถึงขั้นต้องเสียน้ำตา เป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือนที่เฝ้ามองเจ้าเด็กอยู่ข้างๆ และให้คำแนะนำได้อย่างมั่นใจ
“การเรียนน่ะฉันสอนเธอ แต่การเต้นน่ะเธอเป็นครูของฉัน เห็นเธอสอนฉันแล้วหลังจากนี้ต่อให้เธอไม่ต้องเป็นนักร้องก็น่าจะเปิดโรงเรียนสอนเต้นได้ แล้วก็น่าจะเปิดบริษัทเอเจนซี่สำหรับเด็กๆ ที่อยากเข้าเป็นนักร้องหรือแดนเซอร์ด้วยการเต้นด้วยสาขานั้นได้ ดูเหมือนว่าจะทำอะไรก็ได้เพราะฉะนั้นอย่าห่วงเลยและทำตอนนี้ให้ดีที่สุดเถอะ แล้วก็ยังไงต่อไปถ้าอยากใช้ชีวิตในฐานะ ‘ดารา’ ไปนานๆ ก็ควรจะเรียนหนังสือในเวลาว่างด้วย”
แต่ละครั้งที่ซ้อมจนดึกแล้วพาไปส่งบ้านก็จะพูดเจื้อยแจ้วนั่นนี่ มีความทรงจำจางๆ ว่าแต่ละช่วงเวลาแบบนั้นได้ให้คำแนะนำอย่างจริงจังตั้งใจกับเจ้าเด็กที่เหน็ดเหนื่อยและเต็มไปด้วยความกังวลเพื่อไม่ให้หลงทาง และยังเคยมีเรื่องที่มีการออดิชั่นแต่ไม่ตรงกับตารางเรียนของโรงเรียน ฉันกับครูประจำชั้นตอนม.6 เลยให้กำลังใจว่าการเช็คชื่อเข้าเรียนที่โรงเรียนก็เป็นสิ่งที่ควรต้องทำมาก แต่ชีวิตเธอมีให้ใช้แค่ครั้งเดียวนะ
ปีถัดไปก็มีงานโรงเรียนอีก แล้วก็มีการทำซีดีใส่รูปการเต้นของเจ้าตัวมาให้ เป็นของขวัญที่บอกความหมายโดยนัยด้วยว่าเวลาเห็นการออดิชั่นไม่ว่าที่ไหน ถ้ามีที่ให้ส่งไปเป็นเอกสารช่วยส่งให้หน่อย มีความมั่นใจว่าไม่ว่าเด็กคนนี้ไปที่ไหนก็จะทำส่วนของตัวเองให้ดีและจะได้ดีแน่ ขณะที่ซ้อมในห้องซ้อม เด็กคนนี้ก็เป็นเด็กที่รู้คุณค่าของหยาดเหงื่อ
เหงื่อที่เปียกไปทั่วพื้นห้องซ้อม ความมุ่งมั่นที่เต้นแล้วเต้นอีกจนต้องเปลี่ยนเสื้อวันละสองครั้ง เพราะมองเห็นว่ารักการเต้นมากขนาดนั้นและทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำให้ดีที่สุด ถึงอย่างนั้น ในวัย 10 กว่าปี ไม่ว่าใครก็หวาดกลัวและกระวนกระวาย
เวลาที่ให้ไปอย่างไม่เสียดายสำหรับการให้คำแนะนำอย่างที่คนที่ใช้ชีวิตมาก่อนนิดหน่อยเท่านั้นจะให้ได้ ช่วงเวลานั้นดำเนินต่อเนื่องอยู่ระยะหนึ่ง ระหว่างที่เตรียมงานเทศกาลของโรงเรียน ต้นฤดูหนาวของปีก็ผ่านพ้นไปอย่างนั้น และระหว่างงานเทศกาลของโรงเรียน ครูที่ขึ้นเวทีไปก็พังให้สุดตามใจอยาก ส่วนนักเรียนก็เริ่มเติบโตเปล่งประกาย
หลังจากนั้นก็ได้รางวัลที่ 1 จากการออดิชั่นทั่วประเทศของ JYP และกลายมาเป็นสมาชิกของวง 2PM เจ้าเด็กได้กลายเป็น ‘ดาว’ ที่เปล่งประกายไปเช่นนั้น เพราะความจำของอูยองจึงได้คงอยู่ในฐานะครูเสมออย่างไม่เคยลืมเลือน ว่าเป็นคุณครูที่คอยอยู่เคียงข้างในช่วงเวลาที่ตัวเองลำบากที่สุด
แม้แต่ไปออกรายการก็ยังพูดถึงว่าเป็น ‘คุณครูที่คิดถึง’ ในวันครู ทำให้ได้สัมภาษณ์ทางทีวีหลายครั้ง และได้มีประสบการณ์สนุกๆ ในการถ่ายทำ(?)รายการ ‘We got married’ ด้วย
ความสัมพันธ์ของพวกเราที่มาพบกันนอกโรงเรียนได้ด้วย ‘สายลมแห่งการเต้น(?)’ ในปี 2006 ตอนอูยองอยู่ชั้นม. 5 ยังคงดำเนินมาถึงปัจจุบัน ก็ได้แต่ขอบคุณมากจริงๆ เมื่อถึงวันครูในแต่ละปีจะมีของขวัญไม่ว่าใหญ่หรือเล็กมาส่ง และทุกปีใหม่ก็มีคำทักทายสวัสดีปีใหม่ส่งมา จะคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศ อะไรก็ตาม หรือแม้แต่จะทำกิจกรรมกลุ่มไม่ใช่งานเดี่ยว ก็เป็นเด็กที่ใส่ใจคำนึงถึงและรู้สึกขอบคุณอย่างมาก
ปีที่แล้วบอกว่ามีคอนเสิร์ตเดี่ยวที่พูซาน จะส่งตั๋วคอนเสิร์ตที่นั่งที่ดีที่สุดที่คุณครูต้องการให้ แล้วก็ให้บัตรเข้างานอย่างที่ฉันอยากได้มาเป็นของขวัญ เชื่อว่าความสัมพันธ์ของเราจะดำเนินไปต่อเนื่องเช่นนั้น ทั้งในขณะนี้และอนาคตข้างหน้า ครูที่เชื่อมั่นจนถึงที่สุดกับผลที่งอกงามจากความขอบคุณและความรักของนักเรียนที่จะไม่ทำให้ครูผิดหวัง อาจกลายเป็น ‘Never-ending story’ (เรื่องราวไม่รู้จบ) ก็เป็นได้
“คุณครูครับ ผมอยากเป็นนักร้องนักเต้นครับ ถ้าผมเป็นนักร้องอย่างที่ฝันไม่ได้แล้วผมจะทำอะไรได้บ้างครับ”
“การเรียนน่ะฉันสอนเธอ แต่การเต้นน่ะเธอเป็นครูของฉัน เห็นเธอสอนฉันแล้วดูเหมือนว่าจะทำอะไรก็ได้นะ”
โชยุนฮี (조윤희) ครูโรงเรียนมัธยมปลายคึมซอง (금성) พูซาน
แปล KR-TH โดย wyshoney นำออกกรุณาให้เครดิต
ไม่อนุญาตให้นำคำแปลไปใช้เชิงพาณิชย์
ชวนโหลดแอพมาเล่นกันระหว่างอปป้าเข้ากรม เป็นแอพคำนวณวันเวลาทหารที่เข้ากรมและบอกวันสำคัญๆ เช่น การเลื่อนยศ วันปลดประจำการ พร้อมสรุปข้อดีข้อเสียของแต่ละแอพให้
หมายเหตุ – ก่อนโหลดแอพอาจจะต้องเปลี่ยนสโตร์เป็นเกาหลีก่อน
1. แอพ 연예인 전역일 계산기 (KPop Soldier Star Calculator)

เป็นแอพแบบง่ายๆ พื้นฐาน สำหรับศิลปินเคป๊อบที่เข้ากรมโดยเฉพาะ ตั้งค่ามาให้เกือบหมดแล้ว พอเปิดมาครั้งแรกก็แค่เลือกว่าจะนับวันประจำการของใคร (หลังจากนี้เราเปลี่ยนได้อีกตรง 스타 ด้านล่าง) เลื่อนลงล่างสุด กด 저장 เป็นอันเสร็จ

พอเลือกศิลปินแล้วหน้าหลักก็จะขึ้นรายละเอียดให้เสร็จสรรพแบบนี้พร้อมแถบนับ


คำศัพท์
입대일 วันที่เข้ากรม
전역일 วันปลดประจำการ
이등병 1호봉 พลทหารขั้นแรก
남은 복무일 จำนวนวันประจำการที่เหลือ
다음 진급일 เลื่อนขั้นครั้งถัดไป
일병 สิบตรี
상병 สิบโท
병장 สิบเอก
전역, 제대 ปลดประจำการ
สรุป KPop Soldier Star Calculator
ข้อดี – ตั้งค่าง่ายมาก แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย
ข้อเสีย – บางทีก็ยังไม่มีศิลปินของเราให้เลือกทั้งที่เข้ากรมไปแล้ว
2. แอพ 군인누리 전역일 계산기
หมายเหตุ – (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2020) ปัจจุบันแอพนี้อัพเดทเวอร์ชันใหม่แล้ว หน้าตาต่างจากเดิมเล็กน้อย แต่ขั้นตอนการตั้งค่ายังคล้ายเดิม เพิ่มเติมลูกเล่นใหม่
รูปซ้ายคือหน้าตาแอพเดิม รูปขวาคือหน้าตาปัจจุบัน


ถ้าแอพแรกธรรมดาไป อยากแอดวานซ์ขึ้นอีกขั้นก็มีแอพที่สอง ชื่อ 군인누리 สำหรับทุกคนที่รอพี่ทหารกลับมา เป็นแอพคำนวณวันประจำการเหมือนกัน แต่เลือกได้ว่าเราเป็นอะไรกับทหาร ดูใกล้ชิดขึ้นอีกหน่อย มีลูกเล่นเยอะกว่าแอพแรก ยากนิดนึงตรงต้องใส่ข้อมูลบางอย่างเอง

เริ่มจากเลือกว่า
나는 เราเป็นใคร
곰신 แฟน(คลับ ^^”)
군인 ทหาร
가족 ครอบครัว
ถัดมาก็เลือกกองทัพ
แทค/พี่คิม/อูยอง/ชานซองอยู่กองทัพบก ก็คือ 육군
ส่วนจุนโฮเลือกช่องที่แปด 사회복무요원 (เจ้าหน้าที่บริการสาธารณะ)

ต่อไปใส่รายละเอียด
군화이름 ชื่อทหาร
곰신이름 ชื่อเรา


일관일자 ใส่วันเข้ากรม
군화 생년월일 ใส่วันเกิดทหาร
ที่เหลือไม่ต้องทำอะไร กด 저장 ได้เลย
สรุป 군인누리
ข้อดี – กำหนดค่าเองได้ ลูกเล่นเยอะ การ์ตูนน่ารัก (จริงๆ แล้วแอพนี้ทำได้มากกว่าดูวันที่ บรรดาแม่บ้านทหารทั่วประเทศเอาไว้เป็นที่เม้ามอย แล้วก็ทำบันทึกเกี่ยวกับพี่ทหารได้ แต่อันนั้นดูจะเหมาะกับสมาชิกครอบครัวหรือแฟนตัวจริงของพี่ทหารมากกว่าแฟนคลับ) ล่าสุดทางแอพแจ้งว่ากำลังพัฒนาให้ดูข้อมูลทหารหลายคนได้พร้อมกัน นี่สิเหมาะกับติ่งมากๆ 555
ข้อเสีย – พอลูกเล่นเยอะ การตั้งค่าก็จะยากขึ้นอีกหน่อย บางคนรู้สึกว่ามันดูรกเกินไป
3. แอพ 군돌이
หมายเหตุ – (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2020) ภาพประกอบโพสต์นี้แคปไว้เมื่อกลางปี 2019 ปัจจุบันแอพนี้อัพเดทเวอร์ชันใหม่แล้ว หน้าตาและวิธีตั้งค่าประจำตัวทหารต่างจากเดิมเล็กน้อยเพราะเพิ่มจำนวนทหารได้หลายคนแล้ว ตัวแอพมีภาษาไทยแล้วด้วย


แอพที่สามนี้เป็นแบบเรียบง่ายมากๆ เหมาะกับคนชอบอ่านข้อมูลสั้นๆ บอกแค่วันเข้ากรม วันปลดประจำการ จำนวนวันที่เหลือ จำนวนวันที่ผ่านมาแล้ว แถบเปอร์เซ็นต์ และจำนวนวันกว่าจะถึงวันเลื่อนยศครั้งถัดไป เสิร์ชในสโตร์ว่า 군돌이 ก็เจอเลย

ขั้นตอนเริ่มต้นพอเปิดแอพมาครั้งแรก ถ้าอยู่กองทัพบก (แทค/พี่คิม/อูยอง/ชานซอง) คือ 육군 ก็กรอกแค่ส่วนที่วงสีเขียวไว้ คือชื่อทหารกับวันเข้ากรม แล้วกดปุ่ม 수정하기 (แก้ไขข้อมูล) ข้างล่างสุดได้เลย
และถ้าจะดูวันเลื่อนยศ (แบบระบุวันที่) ต้องเข้ามาหน้านี้แล้วกดตรงที่วงสีฟ้า 조정하기

เวลาเข้ามาหน้านี้ต้องระวังนิดนึงไม่ให้เผลอไปจิ้มเปลี่ยนวันที่เข้า เพราะความจริงแล้วหน้านี้เราสามารถแก้วันที่ได้ (ถ้าค่าอัตโนมัติที่แอพให้มาไม่ตรง แต่ส่วนมากของทหารบกก็จะตรงแล้ว ไม่ต้องแก้อะไรมาก)
ส่วนจุนโฮ (ย้อนไปรูปบน) นอกจากใส่ข้อมูลวงสีเขียวแล้วต้องแก้ตรงวงกลมสีเหลืองด้วย วงแรก จิ้มแล้วเลื่อนลงมาเลือกอันล่างสุด 사회복무요원 (เจ้าหน้าที่บริการสาธารณะ)
สีเหลืองวงที่สอง เนื่องจากแอพนี้ไม่ได้ลดจำนวนวันเข้ากรมของเจ้าหน้าที่บริการสาธารณะให้อัตโนมัติ(ตามกฎหมายใหม่) เพราะฉะนั้นต้องแก้วันปลดประจำการเองให้เป็นวันที่ 20 เดือน 3 ปี 2021 แต่ลักษณะงานบริการสาธารณะจะไม่ได้เลื่อนยศแบบทหาร Active Duty

พอตั้งค่าเสร็จแล้วหน้าตาแอพก็จะออกมาประมาณนี้ กดตรงรูปคนในวงกลมเข้าไปเลือกใส่รูปได้ และถ้าอยากกลับไปแก้ข้อมูลของพี่ทหาร ก็กดขีดๆ มุมขวาบนที่วงสีเหลืองไว้ได้
สรุป 군돌이
ข้อดี – ดูเรียบง่ายสบายไม่รก ตั้งค่าง่าย เพิ่มจำนวนทหารได้หลายคน เปลี่ยนสีพื้นหลังได้แล้ว (ต้องดูโฆษณาให้จบเพื่อปลดล็อค) ตอนนี้มีภาษาไทยแล้วด้วย สำหรับแฟนไทยแอพนี้น่าจะใช้ง่ายที่สุด
ข้อเสีย – เห็นข้อมูลน้อย
4. แอพ The Camp (더캠프)


แอพนี้สุดจริงๆ คุณแม่เกาหลีหรือแฟนสาวพี่ทหารแทบจะพลาดไม่ได้ เพราะนอกจากหน้าจอคำนวณวันประจำการที่เรียกว่าเป็นแค่ส่วนประกอบของแอพนี้แล้ว มันยังใช้ดูข่าวสารของทหารใหม่และส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปให้กำลังใจในช่วงฝึกพื้นฐาน(ซึ่งทหารไม่สามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวติดต่อกับโลกภายนอก)ได้ด้วย เพราะฉะนั้นการตั้งค่าแรกเริ่มก็เลยจะมีหลายขั้นตอนกว่าอันอื่นและต้องลงทะเบียน แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปถ้าทำตามขั้นตอน แถมคนต่างชาติยังลงทะเบียนได้ด้วย (ไม่โดนกีดกันเหมือนจดหมายทางหน้าเว็บกระทรวงกลาโหม)



หลังจากโหลดแอพมาแล้วให้ลงทะเบียนด้วย Kakao หรือ Facebook หรือถ้าลงทะเบียนด้วยอีเมลต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์ ใช้เบอร์ไทยก็ได้ แค่เลือกรหัสประเทศเป็น 66 태국
รูปถัดมาให้เราเลือกว่าเป็นใคร กดขวา เป็นเพื่อนของทหาร
หน้าถัดไป ถ้าสมัครสำเร็จจะเจอหน้ายินดีต้อนรับ กด 시작하기
คำศัพท์ที่อาจเจอตอนลงทะเบียน
이름 ชื่อ
성병 เพศ (หญิง 여자 ชาย 남자)
생년월잉 ปีเดือนวันเกิด
연락처 เบอร์โทร/ข้อมูลสำหรับติดต่อ
เราทำตัวอย่างไว้ตั้งแต่ตอนอูยองเข้ากรมเมื่อ ก.ค. 2018 หน้าจอเวอร์ชันล่าสุดเปลี่ยนไปบ้างแล้ว จากตรงนี้เราขอใช้ข้อมูลจากทวิตเตอร์ของน้อง @paeryy ค่ะ เพราะน้องเพิ่งทำเวอร์ชันอัพเดทใหม่ของจุนโฮ

ตรงข้อมูลทหาร(รูปขวา)บรรทัดแรกใส่ชื่อ บรรทัดต่อมาให้เลือกวันเดือนปีเกิดจากไอคอนปฏิทิน และบรรทัดที่สามใส่วันที่เข้ากรม (ต้องใส่เป็นค.ศ. ถ้าค่าในโทรศัพท์เป็นพ.ศ. พอใส่ไปแล้วระบบจะแจ้งว่าหาข้อมูลไม่เจอ)
ของชานซอง ทำตามทวีตนี้ได้ค่ะ https://twitter.com/paeryy/status/1141174969226784769
หมายเหตุ – ขั้นตอนลงทะเบียนทหารนี้จะทำได้เฉพาะทหารที่อยู่ระหว่างการฝึกพื้นฐานเท่านั้น ไม่สามารถเรียกดูข้อมูลของทหารที่ฝึกพื้นฐานจบแล้วได้ เพราะฉะนั้นถ้าหาข้อมูลของแทคยอน พี่คิม อูยองก็จะไม่เจอ ก็คือหลังฝึกพื้นฐานเสร็จ จะไม่ค่อยมีความจำเป็นต้องใช้แอพนี้นั่นเอง

ถึงตอนนี้ก็ลงทะเบียนแอพและลงทะเบียนพี่ทหารของเราเรียบร้อยแล้ว ขอแปะลิ้งค์ไปดูวิธีการใช้แอพเพื่อเขียนจดหมายถึงทหารต่อที่ทวิตเตอร์น้องนะคะ น้องสอนวิธีใช้ The Camp แบบเว็บไซต์ (ไม่ต้องโหลดแอพ) ไว้ด้วย https://twitter.com/paeryy/status/1135913125172002818
The Camp แบบเว็บไซต์
https://www.thecamp.or.kr/pcws/main/viewList.do
ดูวิธีใช้ได้ในทวีตนี้ https://twitter.com/paeryy/status/1135947482750308354
สรุป The Camp
ข้อดี – นอกจากนับวันประจำการแล้วยังใช้เขียนจดหมายถึงทหารในช่วงฝึกเบื้องต้นและบางทีก็เข้าดูรูปที่ทางครูฝึกถ่ายมาให้ได้ด้วย ทำอะไรได้หลายอย่าง เป็นระบบทางการที่กองทัพทำมาให้
ข้อเสีย – มีขั้นตอนต้องลงทะเบียน ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับคนที่ไม่มีพื้นภาษาเกาหลีเลย และใช้งานจริงแค่ช่วงที่ฝึกพื้นฐานเท่านั้น
– จบการรีวิว –
ขอบคุณข้อมูลของแอพที่ 3 และ 4 จากทวิตเตอร์น้อง @paeryy ด้วยค่ะ
https://twitter.com/paeryy/status/1133953949730463749?s=21
https://twitter.com/paeryy/status/1135913064786681857?s=21
น้องอูยองกับพี่นางแบบไอรีนพาไปตามเทรนด์เกาหลี ทั้งที่กิน ที่เที่ยว กิจกรรมยามว่าง
แล้วเปรียบเทียบว่าเมื่อราคาต่างกัน บรรยากาศจะต่างกันยังไงบ้างนะ
(ขออภัย บาง EP ซับไทยตัวใหญ่มาก)
EP. 1 สปาสุดหรู VS ร้านนวดไฮเทค
อูยองบ่นว่าไม่ชอบการนวดแต่ต้องไปลองนวดถึงสองที่ พอเจอพนักงานคนไทยก็รีบยกมือสวัสดีครับ
EP. 2 ร้านขนมครบคอร์ส VS บิงซูโรงแรมห้าดาว
สองพี่น้องได้ชิมสารพัดขนมหวานแสนสวยจากสุดยอดเชฟ แต่กลับมีส่วนผสมบางแบบที่ทำให้อูยองจี๊ดจนยอมแพ้
EP. 3 กิจกรรมเดทแหวกแนว โยคะคู่ VS ปาร์ตี้ศิลปะ
รายการพาอูยองกับไอรีนไปทำกิจกรรมคู่กระชับความสัมพันธ์แล้ววัดเทียบกันว่าอะไรทำให้ใจเต้นแรงที่สุด
คำเตือน – รายการชงหนักมาก ระวังเลี่ยน แต่อูยองจอมแสบคอยทำลายความโรแมนติกอยู่เรื่อย
EP. 4 สถานที่จิบแอลกอฮอล์กับคนรู้ใจในบรรยากาศดีๆ
ศูนย์วิสกี้เฉพาะสำหรับวีไอพี VS บาร์ค็อกเทลสุดคุ้มในร้านวินเทจ
ทีมงานเขียนบทบาทสมมุติให้แต่ละคนลองสารภาพรัก อูยองเล่าประสบการณ์จริง(?) หลังดื่มไปเยอะแล้วจะสารภาพสำเร็จมั้ยนะ
EP. 5 การแข่งขันทำอาหาร
วัตถุดิบชั้นดีปริมาณสำหรับหนึ่งคน VS วัตถุดิบลดราคาปริมาณเลี้ยงทีมงานได้
อูยองและไอรีนต้องแข่งกันทำอาหาร เริ่มตั้งแต่สั่งซื้อวัตถุดิบเอง เตรียมเอง ปรุงเอง อูยองจะประหยัดและทำได้ดีมั้ย ท่าทางชวนฮาและน่าเอ็นดูขนาดไหน แล้วอาหารของใครจะได้คะแนนเยอะกว่า
EP. 6 เกสต์เฮาส์นานาชาติย่านอิแทวอน VS ห้องชุดสุดหรูย่านมังวอน
สำรวจที่พักต่างสไตล์ อูยองเห็นเตียงทีไรก็อยากล้มตัวลงนอน แต่พอได้ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ต่างชาติก็สนุกสุด
EP. 7 คลับฮอตที่คนดังชอบไป VS บาร์แอลพีฟังเพลิน
ตะลุยที่เที่ยว(กลางคืน)ย่านอิแทวอน เข้าทางอูยองเพราะทั้งได้เต้นและเป็นดีเจเปิดแผ่นแอลพีในร้านประจำ
EP. 8 งานพาร์ทไทม์ แกะสคริปต์รายการ VS ล้างรถนอกสถานที่
EP ปิดท้าย อูยองเจองานพิเศษที่ชอบ แต่เพราะนิสัยอะไรนะถึงถูกหัวหน้าดุ น่าเอ็นดูอีกแล้ว
อูยองเตรียมของขวัญคริสมาสต์ให้เมมเบอร์ล่วงหน้า
นั่งคิดว่าคนไหนจะให้อะไรแล้วออกไปหอบของขวัญกลับมานั่งห่อด้วยตัวเอง
วิดีโอต้นฉบับ – https://www.vlive.tv/video/106073
คลิปซับไทย ช่วงทอล์คแรกของงานเทศกาลที่ยางกู 5/5/2019
(โฟกัสอูยองแต่แปลคำพูดพี่คิมด้วย)
ต้นฉบับ https://n.news.naver.com/article/003/0009259667
แปล KR-TH และเรียบเรียงโดย wyshoney นำออกกรุณาให้เครดิต

“ความทรหดไม่ยอมแพ้” ตำนาน 72 ปีของกองพลที่ 2 กำลังจะหายไปในประวัติศาสตร์
ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. (พรุ่งนี้) เป็นต้นไป จะเริ่มดำเนินการยุบกองพลทหารราบที่ 2 เมืองยางกู จังหวัดคังวอน โดยการเปิดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบ 32 ขึ้น
3 กรมและกองทหารปืนใหญ่ในสังกัดกองพลทัพบกที่ 2 ซึ่งมีกำหนดยุบภายในเดือนพ.ย. ที่จะถึงนี้ จะย้ายไปสังกัดกองพลที่ 12, กองพลที่ 21 และกองกำลังที่ 3* ในบริเวณข้างเคียง และปรับโครงสร้างเป็นหน่วยที่คาดว่าจะใช้ชื่อ “กองพลตอบโต้เร็ว” ซึ่งมีภารกิจหลักเป็นการเจาะผ่านทัพศัตรู โดยผ่านการฝึกส่วนกลาง
กองบัญชาการของกองพล(ที่ 2)นั้น ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองพลทหารราบยานเกราะที่ 8 และกองพลทหารราบยานเกราะที่ 11 ไปเรียบร้อยแล้ว และจะย้ายไปอยู่เมืองยางพยอง จังหวัดคยองกี บริเวณที่เคยเป็นกองบัญชาการของกองพลทหารราบที่ 20
ถ้าหน่วยต่างๆ ที่เคยอยู่ภายใต้กองพล 2 ผนวกรวมเข้ากับกองพล 21 คาดว่ากองพันศูนย์ฝึกทหารใหม่ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 ที่ จะถูกยุบ และจะเกิดผลกระทบกับบริเวณโดยรอบในจังหวัดคยองกีเป็นอย่างมาก
กองพันทหารบกที่ 2 ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1 ธ.ค. 1947 ที่แทจอน ในฐานะกองพันที่ 2 คุ้มกันหน่วยต่อเรือของกองทัพบก ได้ยกระดับเป็นกองพลเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 1949 และมีประวัติการรบชนะศึกที่ดุเดือดหลายครั้ง จนขึ้นชื่อเป็นตำนานของความทรหดไม่ยอมแพ้
กระบวนการอย่างละเอียดในการยุบกองพล 2 นั้นเป็นเรื่องของความมั่นคงทางทหารและไม่สามารถบอกได้
สปิริตของกองพลที่ 2 กล่าวว่า “ต่อให้ถูกทำลายร้อยครั้งก็ไม่ถล่ม และจะไม่มีวันถอยในสงคราม”
*หมายเหตุ
– กองพลที่ 12 และกองกำลังที่ 3 อยู่ที่เมือง “อินเจ” อยู่เลยยางกูไปทางตะวันออก ไกลโซลออกไปอีก
– ส่วนกองพลที่ 21 คือค่ายแพกดู หน่วยที่อูยองสังกัดอยู่ปัจจุบัน
แปล KR-TH และเรียบเรียงโดย wyshoney นำออกกรุณาให้เครดิต
ไม่อนุญาตให้นำคำแปลไปใช้ในเชิงพาณิชย์
ทริปตามรอยสถานที่ถ่าย MV
4 โลเคชั่นในเมืองอันซอง (안성) และพยองแทก (평택)
1. บ้านต้นไม้ Pyeongtaek Tree House (평택 트리하우스)




บ้านที่ถ่ายทำมีสองหลัง แต่หลังนึงมีคนอยู่เลยเข้าไม่ได้ ตัวบ้านอยู่บนเขาต้องเดินขึ้นไป เหมาะกับคนชอบธรรมชาติ




พนักงานต้อนรับเบอร์หนึ่งของที่นี่คือน้องโฮดู (แปลว่าวอลนัท) พันธุ์คอลลี่ ฉลาดมาก แขกมาก็ออกมารับ กลับดึกก็มาเล่นด้วยก่อนนอน น้องเล่น MV กับพี่ด้งด้วย


โดยรวมบ้านสวย สตาฟสุภาพ ดูแลดีมาก ต้องการอะไรเรียกได้ อยากให้แนะนำอะไรถามได้ รีสอร์ทเป็นธรรมชาติจริงๆ ตกแต่งในบ้านน่ารักแนววินเทจ มีเครื่องใช้เครื่องครัวครบ ทำอาหารกินในบ้านได้
จองที่พักได้ผ่านเว็บ Naver https://booking.naver.com/booking/3/bizes/2319
2. อ่างเก็บน้ำโคซัม (고삼저수지)
อยู่ที่เมืองอันซอง เป็นสถานที่ถ่ายฉากนั่งเรือ


ขับรถวนหาอยู่นานมากกก จุดที่เห็นวิวตรงกับใน MV อยู่ใกล้บ่อตกปลา (พิกัด 안성시 고삼면 월향리 376)

ถ้าอยากลงน้ำแบบพี่ด้งต้องเช่าเรือ แต่น้ำลึกและอ่างเก็บน้ำกว้างมาก

3. อันซองฟาร์มแลนด์ (안성팜랜드)




เป็นไร่ขนาดใหญ่ เปิดให้เที่ยวชมโดยมีค่าเข้า แต่ที่ถ่ายทำอยู่นอกบริเวณหลักของฟาร์ม เหมือนจะไม่ต้องเสียค่าเข้า ลองไปถามเจ้าหน้าที่แล้วงงๆ เพราะสองคนตอบไม่ตรงกัน คนแรกบอกว่าเข้าได้ คนที่สองบอกว่าเข้าไม่ได้ พอดีฝนตกลงมาเลยตัดสินใจขับรถวนดูรอบๆ แทน


แล้วก็มารู้ทีหลัง(ตอนเช็คภาพมุมสูงจากแผนที่)ว่าความจริงขับผ่านทางเข้าจุดถ่ายทำแล้ว และต้นไม้ข้างล่างนี้ก็อยู่ริมถนนเลย ไปหาได้ง่ายมาก แต่ความฝนตกทำให้นกไป ㅠㅠ ถ้าอาศัยเดินอึด(เป็นกิโล)ก็อาจจะเข้าได้เพราะเห็นคนเกาหลีขี่จักรยานไปจอดแถวนั้นเหมือนกัน


4. พยอนแบคนามูซุพ (편백나무숲)

ป่าสนที่ความจริงเป็นสวนเล็กๆ ปากทางเข้าอันซองฟาร์มแลนด์ เคยใช้ถ่ายทำละครดังและเคยเปิดสาธารณะ เมื่อปลายปีที่แล้วก็ยังเปิดอยู่แต่ตอนเราไปมันปิดแบบล่ามโซ่จนไม่รู้จะเปิดอีกมั้ย อาจเพราะฝนตก(อีกแล้ว) เลยถ่ายรูปจากข้างนอกเอาตรงถนนด้านหลัง

สรุป วิธีเดินทางของเราในทริปนี้มีเพื่อนคนไทยเช่ารถขับไป (ทำใบขับขี่สากลมา) ใส่พิกัดแล้วขับตาม GPS ตลอด ต้องขอบคุณคนขับทั้งสองมาก กับพี่ญี่ปุ่นที่ไปด้วยกันก็ช่วยหาสถานที่เยอะเลยโดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำสุดโหด ถ้าใครสามารถเช่ารถขับในต่างประเทศเราว่าก็มาได้เหมือนกัน 🙂
ส่วนบ้านต้นไม้ก็จองที่พักได้ตามลิงค์ข้างบน แต่แนะนำว่าฤดูใบ้ไม้ผลิน่าจะดีที่สุด ถ้าฤดูร้อนก็จะเหมือนตอนถ่ายทำจริงๆ เลย ถ้าชอบอากาศหนาวหน่อยๆ ก็ไปฤดูใบไม้ร่วงได้ แต่พยายามหลีกเลี่ยงหน้าฝนเพราะเป็นสถานที่กลางแจ้งทั้งหมดค่ะ